“เกรงใจกันทำไม?” หลี่เทียนเหลยยิ้ม “ก่อนหน้านี้หลิวชิงต้องพาลูกยุ่งอยู่คนเดียว พอคุณมาแล้ว ผมเห็นเธอสบายขึ้นเยอะ”
หลิวชิงเอ่ย “พี่หลี่ พวกเราจัดของเตรียมกลับกันแล้วค่ะ”
พวกเธอกำลังเก็บร้านเตรียมกลับ แต่กลับเจอหลี่เฉี่ยวเจินพาหลิวซินรุ่ยมาพอดี
“ยุ่งเสร็จหรือยัง?” หลี่เฉี่ยวเจินถามหลิวเว่ยตง
หลิวเว่ยตงตอบ “เสร็จแล้ว มันฝรั่ง 200 ชั่งขายหมดเกลี้ยง”
พอหลี่เฉี่ยวเจินได้ยินก็ยิ้มหน้าบาน ขายหมดแปลว่าคงได้แต้มมาไม่น้อย!
“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ ฉันพาโจวโจวกลับก่อนนะคะ” หลิวชิงมองเวลา ตอนนี้บ่ายโมง ยังไม่สาย กลับไปกินมื้อกลางวันที่บ้านทัน
หลิวเว่ยตงรีบห้าม “อย่าเพิ่งสิ กินข้าวที่นี่ก่อนค่อยกลับ เดี๋ยวหิวระหว่างทาง”
“ใช่แล้ว! หลิวชิง ไปกินข้าวที่บ้านพวกเราสิ ฉันบอกพ่อแม่ไว้แล้วด้วย น้องรองกับเมียเขาก็อยู่กับพวกเรา อาหารทำเสร็จหมดแล้ว ทุกคนรอเธออยู่!”
หลี่เฉี่ยวเจินกระตือรือร้นสุด ๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม สีหน้าดูดีขึ้นมาก ไม่ได้ห่อเหี่ยวเหมือนเมื่อสองวันก่อนแล้ว
หลิวชิงอยากปฏิเสธ แต่หลิวเว่ยตงไม่ยอมให้ไปท่าเดียว ถึงกับลากเธอกลับไปด้วย
พอไปถึง ผู้เฒ่าทั้งสองกับครอบครัวของหลิวเว่ยจวินนั่งล้อมโต๊ะเตี้ยตัวใหญ่ในห้องรับแขก บนโต๊ะมีอาหารวางเต็มแล้ว
“เว่ยจวิน วันนี้ขายข้าวโพดได้แต้มมาเท่าไร?” พ่อหลิวกำลังถามหลิวเว่ยจวิน
เมื่อวานหลิวเว่ยจวินไปรับข้าวโพด 50 ชั่งจากฟาร์มตงหยาง วันนี้ขายหมดแล้ว
“170 แต้มครับ”
ฟาร์มตงหยางคุมราคาเข้มงวดมาก ข้าวของหนึ่งชั่งให้กำไรแค่ 3-5 แต้มเท่านั้น
พ่อหลิวว่า “ก็ดีแล้ว”
ยุคนี้มีรายได้ย่อมดีกว่าไม่มีอะไรเลย
กำลังคุยกันอยู่ พ่อหลิวก็เห็นหลิวเว่ยตงพาหลิวชิงกลับมา จึงรีบเอ่ย “หลิวชิงกับโจวโจว รีบมานั่งเร็ว พ่อได้ยินเฉี่ยวเจินบอกว่าวันนี้พวกเธอมาขายมันฝรั่งที่เขตปลอดภัย เลยให้หลี่เฉี่ยวเจินชวนมากินข้าวก่อนค่อยกลับ”
