เฉินซิ่วเอ๋อเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “ทำไมล่ะ?”
เจียงหลี่ตอบ “ฉันเคยบอกแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนตระกูลเฉิน”
ครั้งก่อนตอนเฉินซิ่วเอ๋อมาซื้อเสบียงราคาพิเศษเพื่อแย่งสิทธิ์ เธอก็พูดไว้แล้วว่า คนที่คิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ เธอรับมือไม่ไหวจริง ๆ
พอได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเฉินซิ่วเอ๋อก็พลันบึ้งตึง “คนอื่นเก็บหน่อไม้มาเธอยังรับซื้อ แต่พอเป็นของฉันกลับไม่รับ! เราอยู่เขตเพาะปลูกเดียวกันแท้ ๆ ทำไมถึงจงใจเล่นงานฉันด้วย!”
เจียงหลี่ตอบ “ฉันไม่ได้จงใจเล่นงานเธอ เธอเองก็รู้ดีว่าคนตระกูลเฉินเป็นยังไง เครื่องชั่งหน่อไม้ของฉันอยู่ในฟาร์ม ถ้าจะขายก็ต้องเอาของเข้ามาชั่งน้ำหนัก! ถ้าฉันรับซื้อของเธอและยอมให้เข้าฟาร์ม ต่อไปฟาร์มของฉันคงมีของหายวันเว้นวันกระมัง?”
“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? ฉันไม่ได้ขโมยของเธอสักหน่อย”
เจียงหลี่แค่นหัวเราะ “เธอบอกว่าไม่ขโมย แล้วฉันจะเชื่อหรือ? ทั้งบ้านเธอเป็นขโมยกันหมด แถมยังยุให้หลานชายทั้งสามคนขโมยของอีก ถ้าฉันปล่อยเธอเข้าไป จะขโมยหรือไม่ขโมยก็ขึ้นอยู่กับปากเธอน่ะสิ!”
เฉินซิ่วเอ๋อกัดฟันกรอด
ยัยเด็กนี่! ต้องระแวงกันขนาดนี้เลยหรือไง?
“ไม่ให้ฉันเข้าไปก็ได้ งั้นชั่งหน่อไม้ของฉันตรงนี้เลย แล้วจ่ายเงินมาเท่าไรก็ให้เท่านั้น ฉันได้ยินว่าเธอรับซื้อหน่อไม้กิโลละ 1.4 แต้ม ของฉันมีอย่างน้อยสามสิบกว่ากิโล เธอต้องจ่ายให้ฉันอย่างน้อย 42 แต้ม”
เจียงหลี่เหลือบมองเธออย่างเฉยชา “ฉันไม่มีเวลามาชั่งหน่อไม้ให้เธอทุกครั้ง เอาของของเธอกลับไป ฉันไม่รับซื้อ”
