เจียงหลี่จำได้ว่าตอนเพิ่งทะลุมิติมาใหม่ ๆ เธอเคยต่อสู้กับชายผู้วิวัฒนาการความเร็วขั้นหนึ่ง ตอนนั้นชายคนนั้นแทบไม่ต่างจากคนธรรมดาในสายตาเธอ
แต่พอวิวัฒนาการถึงขั้นสิบ สถานการณ์ก็พลิกกลับ
ถ้าให้เธอสู้กับหลินอั้น ต่อให้ใช้ทักษะการต่อสู้ทั้งหมดที่มีก็คงเอาชนะหลินอั้นไม่ได้อยู่ดี เพราะสภาพร่างกายต่างกันลิบลับ ถ้าหลินอั้นเตะเธอเข้าเต็มแรง ซี่โครงของเธอคงหักไปหลายซี่
เจียงหลี่ใช้กิ่งไม้เล็ก ๆ วาดคนไม้สองตัวลงบนพื้น ตัวหนึ่งสูงใหญ่จนแทบเทียมฟ้า ยืนเท้าเอวหัวเราะเยาะ ส่วนอีกตัวเล็กจ้อยน่าสงสาร ไม่มีแม้แต่แรงจะตอบโต้ นี่แหละคือความแตกต่าง
สรุปก็คือ สู้ก็สู้ไม่ได้ หนีก็หนีไม่พ้น ในสายตาของผู้วิวัฒนาการระดับสูง คนธรรมดาไม่ต่างจากของเล่น จะบีบจะขยำอย่างไรก็ได้ตามใจ
“ฉันขอไปดูฟักทองที่คุณปลูกอีกได้ไหม?” เฉียวอู้ถาม
“ได้สิ”
เฉียวอู้เดินมาถึงแปลงฟักทอง “ฟักทองพวกนี้ใช้เวลาปลูกนานแค่ไหน?”
“สองวัน”
เฉียวอู้มองอย่างใฝ่ฝัน
ถ้าเธอปลูกพืชอาหารได้เยอะ ๆ บ้างก็คงดี การเพาะปลูกยากเหลือเกิน อาหารถึงได้ขายแพงขนาดนั้น
จู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายจากสวี่ซูเฟิน แม่ของเธอ
สัญญาณในเขตเพาะปลูกไม่ค่อยดี พอรับสายก็มีแต่เสียงซ่า ๆ ดังมาจากปลายสาย เสียงยังขาด ๆ หาย ๆ กว่าเฉียวอู้จะฟังออกว่าสวี่ซูเฟินพูดอะไร ก็ผ่านไปพักใหญ่
“แกไปตายที่ไหนมา? ทำไมยังไม่กลับอีก?”
เฉียวอู้ไม่พูดอะไร ตัดสายทิ้งไปเลย
