ถึงเวลาอาหารกลางวัน เจียงเหยียนก็เอาข้าวกล่องไปให้เฉินเย่
เฉินเย่เปิดดู ในนั้นมีหมั่นโถว แพนเค้กฟักทอง และผักกาดขาวผัดเนื้อ
หอมมาก
“กล่องนี้ของคุณ อีกกล่องเป็นของคุณย่า” เจียงเหยียนยื่นข้าวกล่องสองกล่องให้เขา
“ขอบคุณครับ” เฉินเย่มองข้าวกล่องที่อัดแน่นเต็มทั้งสองกล่อง รู้สึกซาบซึ้งจนไม่รู้จะพูดอะไร
ตอนทำงานในเขตปลอดภัย บางครั้งก็มีนายจ้างเลี้ยงอาหาร แต่ส่วนใหญ่ให้แค่หมั่นโถวหนึ่งหรือสองลูก หรือข้าวหยาบ ๆ ปริมาณน้อย เพราะอาหารแพงมาก งานที่มีข้าวให้กินจึงหาได้ยากยิ่ง เขาไม่เคยเจอนายจ้างใจป้ำแบบนี้มาก่อน ที่ให้กินของดี ๆ ทุกมื้อ
เมื่อวานเขาเอาข้าวกล่องกลับไปให้คุณย่ากิน ทำให้คุณย่าได้กินมื้อที่มีสารอาหารครบถ้วนที่สุดในรอบหลายปี แถมเมื่อวานยังหาแต้มได้ 300 แต้ม เขาดีใจมากจริง ๆ!
ไม่รู้จะขอบคุณโอกาสที่หาได้ยากยิ่งนี้อย่างไร เฉินเย่จึงคิดเพียงว่าจะทำงานให้เต็มที่ ยิ่งทำได้มากยิ่งดี
……
“นั่นรถแทรกเตอร์ของฟาร์มหรือเปล่า?” อีกด้านหนึ่ง เฉียวอู้ชี้ไปยังรถแทรกเตอร์สีแดงที่จอดอยู่บนลานโล่งไม่ไกล แล้วถามเจียงหลี่
“อืม” เจียงหลี่พยักหน้า “เอาไว้ไถดิน”
เฉียวอู้เสนอตัว “ให้ฉันช่วยขับรถแทรกเตอร์ไหม?”
“ขับเป็นเหรอ?”
“เป็นสิ จะยากอะไรล่ะ” เฉียวอู้รับกุญแจรถแทรกเตอร์จากมือเจียงหลี่ พอขึ้นไปนั่งก็เข้าเกียร์ เหยียบคันเร่ง รถแทรกเตอร์ก็เริ่มเคลื่อนที่
“จะให้ไถแปลงไหน?” เฉียวอู้ถามเจียงหลี่
เจียงหลี่ชี้ไปทางนาข้าว
“เห็นนาข้าวสี่เหลี่ยมผืนผ้าแปลงนั้นไหม? เพิ่งเกี่ยวข้าวไป ตอนนี้ต้องไถพลิกดินใหม่”
เฉียวอู้ทำมือเป็นสัญญาณว่ารู้แล้ว จากนั้นก็บังคับรถแทรกเตอร์เข้าไปในนา ควบคุมคานยกให้เครื่องพรวนดินที่พ่วงอยู่ด้านหลังค่อย ๆ ลดลง ใบมีดพรวนดินขนาดใหญ่หนักอึ้งแตะพื้น ก่อนหมุนพลิกดินอย่างรวดเร็ว
