“ทำไมคนที่จะไปเขตเพาะปลูกบีถึงเยอะขนาดนี้? ที่นั่นมีใครอยู่กันแน่?”
แต่เช้าตรู่ ทหารรักษาความสงบผู้ดูแลรถบัสโดยสารมองกลุ่มคนจากตรอกมืดที่เบียดเสียดกันแน่นจนตาค้าง
มีคนมากกว่าร้อยคน แถมยังเป็นคนจากตรอกมืดทั้งหมด ลักษณะกับเสื้อผ้าของคนกลุ่มนี้โดดเด่น เห็นแวบเดียวก็จำได้แล้ว
แต่ฐานที่มั่นไม่ได้เลือกปฏิบัติกับพวกเขา ยังคงปฏิบัติต่อทุกคนเหมือนผู้รอดชีวิตทั่วไป จึงต้องจัดรถบัสเพิ่มอีกสองคันถึงจะขนคนจำนวนมากขนาดนี้ไปได้
“คุณลุง ถ้าอยากซื้อธัญพืช ผักหรือผลไม้ ไปที่ฟาร์มมหัศจรรย์ได้เลยครับ” เสี่ยวมู่ถือใบปลิววาดมือแผ่นหนึ่งเดินเข้ามา บนนั้นวาดเส้นทางไปฟาร์ม พร้อมระบุชนิดธัญพืชที่ขาย มีทั้งข้าว ฟักทอง ถั่วเขียว มันฝรั่ง และองุ่น
องุ่นมีคำว่า 【ลดราคา】 เขียนกำกับไว้เป็นพิเศษ
“ช่วงนี้องุ่นสุกพร้อมกันเยอะมาก ถ้าคุณลุงอยากซื้อองุ่นก็ไปที่ฟาร์มมหัศจรรย์ได้เลย ตอนนี้ราคาถูกมาก แค่ 240 แต้มต่อครึ่งกิโลกรัม”
ทหารรักษาความสงบคนนั้นรับใบปลิวมาอ่าน
“ฟาร์มมหัศจรรย์?”
เสี่ยวมู่พยักหน้า “ใช่ครับ ฟาร์มในเขตเพาะปลูกบีนั่นแหละ”
เมื่อวานเด็ก ๆ หลายคนคุยกันแล้วว่า จะปล่อยให้ฟาร์มปิดตัวไม่ได้ เพราะถ้าฟาร์มปิดลง สุดท้ายพวกเขาก็จะไม่มีข้าวกินเหมือนกัน ต้องช่วยให้พี่สาวขยะหาเงินได้มากขึ้น เธอถึงจะมีเงินรับซื้อขยะ
พวกเขาเห็นสวนของพี่เจียงหลี่เต็มไปด้วยองุ่น ถ้ามีคนไปซื้อองุ่นที่ฟาร์มมากขึ้น ฟาร์มก็ย่อมทำเงินได้มากขึ้น พวกเขาจึงให้เสี่ยวอี้ ซึ่งวาดรูปเก่งที่สุดในกลุ่ม วาดภาพโฆษณาฟาร์มออกมาหลายแผ่น
ทหารรักษาความสงบคนนั้นรับใบปลิวคืนมาแล้วขมวดคิ้ว
“คนในเขตปลอดภัยซื้อข้าวที่สถานีขายธัญพืชกัน ไม่มีใครตั้งใจเดินทางออกไปซื้อหรอก เขตเพาะปลูกอยู่ไกล ไปกลับอย่างน้อยก็ชั่วโมงครึ่ง คงไม่มีใครไปหรอก”
ก็เหมือนกับการเปิดร้านก่อนวันสิ้นโลกนั่นแหละ ถ้าเปิดร้านอยู่ในหมู่บ้าน ลูกค้าก็มีแค่ชาวบ้าน
คนเมืองไม่ถึงกับจะถ่อไปซื้อผักในหมู่บ้านเพียงเพราะมันถูกกว่าข้างนอกไม่กี่หยวน
เพราะอย่างนั้น ฟาร์มข้างนอกส่วนใหญ่จึงขนธัญพืชกลับเข้าฐานที่มั่นเพื่อขายรวมกัน ไม่ได้เรียกคนให้เดินทางไปซื้อถึงที่
