แม้จะเตรียมใจมาอย่างดีแล้ว แต่ไป๋อันอันก็ยังพูดออกมาได้ยากเย็น
เธอเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย โน้มตัวเข้าไปใกล้ข้างหูของเจียงจือหนิง แล้วกระซิบเบา ๆ ว่า “พวกเขา...เป็นแฟนของฉัน...”
เจียงจือหนิงยืนนิ่งอยู่กับที่ มือทั้งสองข้างยังวางอยู่บนไหล่ของไป๋อันอัน ทั้งตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว
เธอรู้สึกเหมือนผักกาดขาวต้นน้อยที่ตัวเองทะนุถนอมเลี้ยงดูมาอย่างดี ถูกหมูที่ไม่รู้มาจากไหนมาคุ้ยเขี่ย แถมยังมาทีเดียวสองตัว
เธออ้าปาก แล้วก็หุบลง จากนั้นก็อ้าปากอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา
ไป๋อันอันมองสีหน้าของเธอที่เปลี่ยนจากตกใจเป็นงุนงง แล้วจากงุนงงกลับไปเป็นตกใจอีกครั้ง
“เธอพูดว่าอะไรนะ?” ในที่สุดเจียงจือหนิงก็หาเสียงของตัวเองเจอ
ไป๋อันอันกลืนน้ำลาย “พวกเขา...เป็นแฟนของฉันทั้งคู่”
สายตาของเจียงจือหนิงละจากใบหน้าของไป๋อันอัน เลื่อนไปกวาดมองฟู่เสินกับเสิ่นหานโจวสลับกัน แล้วกลับมาหยุดที่ใบหน้าของไป๋อันอันอีกครั้ง
เธอกุมไหล่ของไป๋อันอันไว้ แรงมือหนักกว่าเมื่อครู่เล็กน้อย “อันอัน บอกความจริงกับพี่นะ พวกเขาข่มขู่เธอใช่ไหม? เด็กดี ไม่ต้องกลัว ที่นี่ไม่มีใครกล้าทำอะไรเธอ”
เธอลดเสียงลง “บอกความจริงกับพี่มาเดี๋ยวนี้ พี่จะเรียกคนมาคุมตัวพวกเขาไว้ทันที”
ปฏิกิริยาของเจียงจือหนิงทำให้ไป๋อันอันรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่เธอก็ยังฝืนใจส่ายหน้า แล้วพูดอย่างกระดากอายว่า “ไม่ใช่ค่ะ...คือฉัน...ฉันไม่รู้ว่าจะเลือกยังไง ก็เลย...เลยตอบตกลงกับทั้งคู่ คิดว่าจะลองคบกันดูก่อน แล้วค่อยเปรียบเทียบกัน”
