"เอามือสกปรกของเจ้าออกไป"
เสียงสตรีเย็นเยียบสายหนึ่งตัดผ่านความมืดยามราตรี
เหรินเฟิงเจวี๋ยและเงาดำเกือบจะมองไปทางต้นเสียงพร้อมกัน
เห็นเพียงในป่าเขาที่ปกคลุมด้วยม่านหมอก มีสตรีในอาภรณ์แดงผู้หนึ่งย่ำเท้าเปล่าเดินมา นางยืนหันหลังให้แสงจันทร์ ผมยาวสยายปกปิดใบหน้าไม่อาจเห็นได้ชัด ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายสังหารเยือกเย็น คล้ายมีพลังทำลายล้างทุกสิ่ง
เมื่อนางย่างกรายเข้าไปใกล้ทีละก้าว ปฏิกิริยาแรกของเงาดำคือ—อยากหนี
ผู้ใดจะคาดคิด เพียงชั่วพริบตาสตรีผู้นั้นก็ลอยไปอยู่ตรงหน้ามัน ยื่นมือออกมาบีบคอมันอย่างแม่นยำ
"ให้ข้าดูหน่อยเถิด ว่าเจ้าเป็นสิ่งใดกันแน่"
แรงบีบในมือนางเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน เงาดำดิ้นรนขัดขืนจนต้องเผยร่างจริงออกมา แต่กลับเป็นพระสามรูป
หากพูดให้ถูกคือเป็นสามศีรษะที่ใช้ร่างร่วมกันหนึ่งร่าง
ยามนี้ ปากทั้งสามแทบจะเอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า "รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!"
สตรีผู้นั้นหัวเราะเย็นชาพลางปล่อยมือ จิตสังหารในใจก่อตัวขึ้น หว่างคิ้วและหางตาปรากฏรอยแดงจาง ๆ ราวกับสัญญาณของการเข้าสู่ความเป็นมาร
สิ่งชั่วร้ายยังคงลอยอยู่กลางอากาศ ไม่อาจขยับเขยื้อนได้ จึงรู้ว่าตนเองกลายเป็นของที่ติดกับแล้ว
พวกมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว มองดูสตรีตรงหน้า ประหนึ่งเห็นวิญญาณร้ายที่น่าสะพรึงกลัว
"ขยับไม่ได้ เหตุใดข้าจึงขยับไม่ได้"
"เจ้าทำอะไรกับข้า"
"รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!"
น้ำเสียงของสตรีผู้นั้นเรียบเฉย "เจ้าเป็นคนเชื้อเชิญข้าให้มาอยู่ในภาพลวงตานี้ หากไม่ใช่เช่นนั้น ด้วยร่างมนุษย์ที่ไร้ประโยชน์นี้ คงจัดการเจ้าไม่ได้จริง ๆ"
"นรกภูมิกับโลกมนุษย์มีกฎเกณฑ์มากมายเหลือเกิน ภาพลวงตาของเจ้านี่ เหมาะกับข้าดี"
