เซี่ยซีม่อเพิ่งย่างกรายเข้าสู่ตำหนักตงเซิง หูก็ขยับวูบหนึ่ง
มีคน
และไม่ใช่แค่คนเดียวเสียด้วย
นางหรี่ตาลงเล็กน้อย กวาดสายตามองของประดับภายในตำหนัก ค่อย ๆ เลื่อนไปยังชั้นหนังสือที่เรียงเป็นแถว
ที่แท้ ตำหนักนี้ลึกกว่าที่คิดไว้มาก
นอกจากโถงที่ฮ่องเต้ใช้เรียกพบขุนนางแล้ว ด้านหลังยังมีห้องเล็กอีกห้องหนึ่ง ดูเหมือนใช้เก็บตำราและข้าวของ
เสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบา ดังมาจากส่วนลึกสุด
อู๋โยวลอยตามสายตานางผ่านเข้าไป ทว่ายังไม่ทันนานก็ลอยหงอยกลับมา
“…เจ้าอย่าไปดูเลยดีกว่า!”
“ข้างในมีคน…กำลังเสพสังวาส!”
“แต่ข้าเชิญพวกเขาเข้าไปเที่ยวเล่นในประทีปเรียบร้อยแล้ว”
เซี่ยซีม่อไม่ตอบสนอง ยิ่งไม่มีปฏิกิริยามากมาย
เพียงถามว่า “เห็นวิญญาณของเมิ่งจื้อหย่วนหรือไม่?”
อู๋โยวชี้ไปอีกด้าน “มันอยู่ตรงนั้น”
เบื้องหน้าโต๊ะทรงอักษรของฮ่องเต้ ว่างเปล่าไร้ผู้คน ทว่ามีวิญญาณดวงหนึ่งกำลังคุดคู้กายคุกเข่าอยู่บนพื้น มือกุมม้วนแผนที่ไว้แนบอก
เซี่ยซีม่อค่อย ๆ ย่องเข้าใกล้ พลางเรียก “เมิ่งจื้อหย่วน”
วิญญาณนั้นเงยหน้าขึ้นด้วยความตกตะลึง ในแววตาดูจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “เจ้า…มองเห็นข้าหรือ?”
“ข้ามาตามหาเจ้า”
ได้ยินดังนั้น เมิ่งจื้อหย่วนก็ล้มผลุงลงนั่งกับพื้น ถอยกรูดไปอีกหลายก้าว “เจ้า…คือยมทูต? จะพาข้าไป?”
“ไม่ ข้าไม่ไป ข้ายังไม่ได้ถวายแผนที่นี้แก่ฝ่าบาท…”
มันตื่นเต้น เห็นได้ชัดว่าหวาดกลัวยิ่ง
“ข้ามิใช่ยมทูต”
เซี่ยซีม่อถาม “ข้าเพียงอยากรู่ เหตุใดเจ้าจึงเผาตัวตายในห้องหนังสือ? และวิญญาณเหตุใดจึงแตกสลาย?”
