หลังจัดเสื้อผ้าให้ฟู่หยุนฉีเรียบร้อย และเปลี่ยนผ้าสีดำผืนใหม่ให้แล้ว หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ถึงกล้าพาเขาลงไปชั้นล่าง
เมื่อเห็นหยุนอี้นั่งจิบชาอย่างสบายใจอยู่ข้างๆ หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็รู้สึกอับอายเหมือนถูกมองทะลุ เธอกัดริมฝีปากเบาๆ ก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว
“พี่ชาย...”
หยุนอี้ขานรับแล้วเงยหน้าขึ้น แต่พอเห็นสภาพน้องสาวที่ดูเหมือนถูกแกล้งจนยับเยิน มือที่ถือถ้วยชาก็บีบแน่นขึ้นมาทันที แม้น้ำชาร้อนจัดจะหกใส่มือ เขาก็ยังไม่ทันรู้สึกตัว
เมื่อเห็นไอน้ำร้อนๆ จากชาหกใส่มือพี่ชาย หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็ร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก รีบปล่อยชายเสื้อของฟู่หยุนฉีแล้ววิ่งเหยาะๆ เข้าไปหา
เธอล้วงผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าแล้วค่อยๆ ซับให้ เมื่อเห็นหลังมือแดงเป็นปื้น หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็ร้อนใจ “พี่ชาย รีบไปเปิดน้ำล้างเร็วค่ะ”
จากนั้นเธอก็หันไปพูดกับผู้ช่วยที่ยืนอย่างนอบน้อมอยู่ข้างๆ “พี่ไหวชือ ช่วยหยิบยาทามาให้หนูหน่อยได้ไหมคะ”
ฟู่หยุนฉียืนอยู่กลางห้องรับแขก รับรู้ได้ว่าหญิงสาววิ่งไปหาอีกคนด้วยความเป็นห่วงเต็มเปี่ยม ทั้งยังได้ยินคำเรียก “พี่ไหวชือ” ที่บาดหู อารมณ์ของเขาก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
มีพี่ชายดีๆ ตั้งมากมายแล้ว ยังจะมายุ่งกับเขาอีก อยากจะเอามือปิดปากที่เรียกพี่ชายได้คล่องปากนั่นให้แน่นๆ เสียจริง
หยุนอี้ตบมือหยุนเสวี่ยเอ๋อร์เบาๆ “ไม่เป็นไร เสวี่ยเอ๋อร์ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ให้พี่ชายส่งเขากลับดีไหม”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์จดจ่ออยู่กับมือที่ถูกลวกของพี่ชาย พอได้ยินหยุนอี้พูด เธอซึ่งพึ่งพาครอบครัวเป็นทุนเดิมก็พยักหน้าทันที
