เมื่อรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ สีหน้าของฉีโม่ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่พอเห็นใบหน้าเล็ก ๆ ที่ร้องไห้จนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ความคิดที่จะลุกขึ้นก็หายไป เขาเอ่ยออกมาอย่างติดขัดว่า
“ร้องไห้ทำไม”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ได้ยินน้ำเสียงดุ ๆ ของเขา ก็เงยหน้าขึ้นอย่างขุ่นเคือง เริ่มซักถามเขา
“ทำไมทิ้งฉันไว้คนเดียวตรงนั้น ฉันก็มองไม่เห็นนี่ นายไม่ใช่สามีของฉันเหรอ ทำไมไม่มาหาฉันล่ะ”
ฉีโม่ซึ่งปกติจัดการทุกเรื่องได้อย่างคล่องแคล่วกลับถูกถามจนจนมุม เขานิ่งอึ้งไป ไม่รู้จะพูดอะไร ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า
“ขะ...ขอโทษ”
“ฮึ”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์หันหน้าหนี “นายเป็นอ๋องผู้สำเร็จราชการที่มีชื่อเสียงโด่งดัง จะทำกับภรรยาของตัวเองแบบนี้ได้ยังไง”
จากนั้นหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็ยื่นมือออกไป พอคลำเจอแขนเสื้อกว้างของฉีโม่ เธอก็ไต่ตามขึ้นไป ก่อนจะพุ่งเข้าไปซบในอ้อมแขนเขาเต็มตัว
ฉีโม่ปล่อยให้หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ทำตามใจ จนกระทั่งร่างนุ่มนิ่มแนบชิดกับตัวเขา เขาถึงได้สะดุ้งรู้สึกตัวแล้วถอยหลัง
แต่คนในอ้อมแขนกำลังเกาะเขาไว้แน่น จึงถอยตามเขาไปด้วย ทำให้ทั้งร่างแนบชิดเข้ามาเต็ม ๆ อีกครั้ง
ร่างบอบบางราวกับไร้น้ำหนักกลับทำให้ฉีโม่รับไม่ไหว ทั้งสองจึงค่อย ๆ ล้มลงไปนอนกับพื้น ในความชุลมุน มือของฉีโม่ก็วางลงบนเอวของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์
เอวเล็กจริง ๆ
ความคิดแรกแล่นผ่านสมองของฉีโม่ สายตาของเขาเลื่อนลงไปหยุดอยู่ตรงนั้น เมื่อเห็นว่ามือข้างเดียวของเขากุมเอวเธอไว้ได้ทั้งหมด และอยู่ในการควบคุมของเขาอย่างสมบูรณ์ เขาก็เบือนสายตาหนี แต่มือกลับไม่ขยับไปไหนแม้แต่น้อย
