“โฮสต์ คนของตระกูลซูกำลังรอคุณอยู่ที่บริษัท อยากพบสามีของคุณน่ะ!”
“แถมพวกเขายังแจ้งตำรวจจับแม่บ้านคนนั้นเข้าคุกไปแล้ว กระทั่งซูเชียนเชียนก็ถูกไล่ออกจากบ้าน ตอนนี้ซูเชียนเชียนที่ตัวเปล่า ไม่มีเงินสักบาท ไปคุกเข่าอ้อนวอนอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลซูมาหลายวันแล้ว”
“พอรู้ว่าคนที่หมั้นกับคุณไม่ใช่เสิ่นเยี่ยน เธอก็ยังวิ่งไปหาเขาอีก ผลคือไม่เพียงถูกเสิ่นเยี่ยนไล่กลับ ยังถูกพวกลูกผู้ดีลูกผู้มีที่เมื่อก่อนเธอเคยดูถูกเยาะเย้ยอย่างเจ็บแสบ แถมยังถ่ายรูปลงอินเทอร์เน็ตด้วย”
“คุณไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ซูเชียนเชียนเหมือนคนบ้าไปแล้ว เที่ยวบอกคนทั้งถนนว่าตัวเองต่างหากคือลูกสาวแท้ของตระกูลซู และคู่หมั้นของเธอคือเสิ่นเยี่ยน”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์นั่งแกว่งชิงช้าที่เสิ่นอวี่ลี่ลงมือสร้างให้เธอโดยเฉพาะ ฟังระบบรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ไม่หยุด มุมปากยกยิ้มอยู่ตลอดเวลา
“โฮสต์ ถ้าคนของตระกูลซูมาขอร้องคุณถึงตรงหน้า คุณยังอยากกลับไปไหม?”
สายลมพัดผ่าน กุหลาบสีชมพูที่อยู่ไม่ไกลราวกับทะเลสีชมพูซัดสาดเป็นระลอก กลิ่นหอมเข้มข้นลอยมา หยุนเสวี่ยเอ๋อร์สูดลมหายใจลึก ก่อนส่ายหน้าช้า ๆ
“ไม่กลับ”
“อีกอย่าง ฉันเชื่อว่าเสิ่นอวี่ลี่จะไม่ยอมให้พวกเขาได้พบฉัน”
ระบบชะงักไปหนึ่งวินาที มันคิดว่าโฮสต์จะบอกว่าไม่ให้อภัยคนพวกนั้น แต่ไม่คิดเลยว่าคำว่าไม่ของเธอจะหมายถึงเสิ่นอวี่ลี่จะคอยขวางอยู่ตรงหน้าเพื่อปกป้องเธอ
“โฮสต์ แบบนี้เรียกว่าหลงรักจนหน้ามืดตามัวหรือเปล่า? คุณไว้ใจเขาขนาดนี้ ถ้าวันหน้าเสิ่นอวี่ลี่กลายเป็นคนไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง?”
ระบบอดเป็นห่วงไม่ได้ มันเห็นธาตุแท้เลวร้ายของผู้ชายมามากแล้ว วันนี้ผู้ชายอาจคอยบังลมบังฝนให้คุณ แต่ก็อาจพาพายุฝนกระหน่ำมาให้คุณได้เช่นกัน
