วันเวลาไหลผ่านไปเช่นนี้วันแล้ววันเล่า เดิมทีหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ยังกังวลว่าตนจะทำหน้าที่อาจารย์ของหลิงอวี่เยวียนได้ไม่ดี แต่ตอนนี้ดูท่าแล้ว หลิงอวี่เยวียนไม่จำเป็นต้องให้นางเป็นห่วงเลยสักนิด แถมศิษย์ผู้รอบรู้คนนี้ยังจัดการทุกเรื่องในชีวิตประจำวันของนางเสียหมดจด ละเอียดถี่ถ้วนจนทำให้นางรู้สึกราวกับถูกเลี้ยงดูเป็นเด็กเล็ก ๆ
ดังนั้นเมื่อหลิงอวี่เยวียนต้องลงเขาไปปราบปีศาจ หัวใจของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็พลันว่างโหวงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งตัวไร้เรี่ยวแรง นางเดินตามหลังหลิงอวี่เยวียนอย่างเหม่อลอย มองเขาจัดเก็บข้าวของ
มุมปากที่เคยยกขึ้นอยู่เสมอตกลง สีหน้าดูน้อยอกน้อยใจ ดวงตาฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำ ทว่าแววสดใสกลับเลือนหายไป
“หลิงอวี่เยวียน เจ้าจะไปนานแค่ไหนหรือ...”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ยื่นมือเล็กเรียวเนียนนุ่มไปดึงชายแขนเสื้อของหลิงอวี่เยวียนไว้ มองเขาด้วยใบหน้าจิ้มลิ้มแสนเวทนา น้ำเสียงอ่อนหวานเจือความอึดอัด ราวกับมีตะขอเล็ก ๆ เกี่ยวใจคนฟัง
หลิงอวี่เยวียนหลุบขนตายาว สายตาทอดลงมองนิ้วเรียวขาวที่กำเสื้อเขาไว้แน่น หัวใจพลุ่งพล่านจนยากจะบรรยาย
อาจารย์ตัวน้อยของเขาไม่เพียงสนิทสนมกับเขามากขึ้น แต่ยังเริ่มพึ่งพาเขาโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย
ริมฝีปากที่เรียบตึงเม้มแน่น มือใหญ่ของหลิงอวี่เยวียนค่อย ๆ วางทับลงไป เมื่อเห็นว่านางไม่ได้ชักมือกลับ เขาก็กล้าใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้เบา ๆ สัมผัสนุ่มนวลทำให้เขาเม้มปากแน่นกว่าเดิม
“อาจารย์” หลิงอวี่เยวียนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำปลอบประโลม “ศิษย์ไปแค่สองวัน แล้วจะรีบกลับมาทันที ดีไหมขอรับ?”
พอคิดว่าต้องไม่ได้พบหลิงอวี่เยวียนถึงสองวัน หัวใจที่ห่อเหี่ยวของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็ยิ่งหม่นหมอง แต่ก็รู้ว่านี่คือหน้าที่ของพระเอก นางจะเอาแต่ใจไม่ได้
ศีรษะเล็ก ๆ ค่อย ๆ ก้มลง เหลือเพียงขวัญผมนุ่ม ๆ ให้หลิงอวี่เยวียนเห็น เมื่อเห็นอาจารย์เป็นเช่นนี้ หัวใจเขาก็บีบรัดแผ่วเบา แรงปรารถนาวูบหนึ่งทำให้เขาล้ำเส้นอีกครั้ง แขนขยับเล็กน้อย ก่อนจะดึงนางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด
