หลังจากถูกผู้ช่วยเฉินเข้าใจผิด ฟู่หลินยวนก็ไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความ ทำราวกับยอมรับไปโดยปริยาย ส่วนหยุนเสวี่ยเอ๋อร์พอได้ยินผู้ช่วยเฉินเรียกเธอแบบนั้น ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ดังนั้น ตอนที่ฟู่หลินยวนอาบน้ำเสร็จแล้วเห็นหยุนเสวี่ยเอ๋อร์กอดหมอนยืนอยู่หน้าห้อง หัวใจของเขาจึงเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ
“เบบี๋ เป็นอะไรไปเหรอ?”
ฟู่หลินยวนติดกระดุมเสื้อที่เปิดอ้าอย่างแนบเนียน หยุนเสวี่ยเอ๋อร์เหมือนลูกสุนัขที่รอเจ้าของอาบน้ำเสร็จ ดวงตาเป็นประกายวาววับ แทบจะพุ่งเข้ามาหาเขาอยู่แล้ว
“ฟู่หลินยวน ฉันอยากนอนกับคุณ”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ใส่รองเท้าแตะเดินต๊อกแต๊กเข้ามา กอดฟู่หลินยวนผ่านหมอน ชุดนอนสีขาวนวลขับให้เธอดูสะอาดผุดผ่องและเนียนละเอียดราวกับหิมะใหม่
ฟู่หลินยวนกลั้นคำว่า ‘ได้สิ’ ที่เกือบหลุดปากไว้ ยื่นมือไปบีบจมูกเล็ก ๆ ของเธอเบา ๆ “ตอนนี้เบบี๋โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ต้องนอนคนเดียวสิ”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ใช้ดวงตาฉ่ำน้ำมองเขาอย่างงอน ๆ “ไม่เอา”
นิ้วของฟู่หลินยวนเปลี่ยนไปจับปอยผมของเธอ พยายามหาเหตุผลมาอธิบาย “ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกันเกินไป...”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ไม่เข้าใจ เธอโยนหมอนลงบนเตียงตามใจ ก่อนใช้แขนที่เย็นนิด ๆ โอบเอวของฟู่หลินยวน ใบหน้าขาวผ่องราวหยกยิ่งดูงดงามใต้แสงไฟ ไหล่ที่ห่อเข้าหากันทำให้ไหปลาร้าหอมกรุ่นไหวอยู่ตรงหน้า
“พวกเราไม่ได้ห่างเหินกันสักหน่อย ไม่ใช่คนที่สนิทกันที่สุดในโลกหรอกเหรอ?”
“อีกอย่าง ผู้ช่วยเฉินยังเรียกฉันว่าคุณนายเลย คุณนายก็เป็นภรรยาของคุณไม่ใช่เหรอ? สามีจ๋า ฉันไม่อยากนอนคนเดียวตรงนั้นนะ ได้ไหม?”
