“มู่ชิงอวี่ ไปอาบน้ำให้เรียบร้อย แล้วมาอุ่นเตียงให้ฉัน”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์โยนชุดนอนที่ระบบเตรียมไว้ล่วงหน้าให้มู่ชิงอวี่ แล้วชี้ไปยังห้องน้ำในห้อง
มู่ชิงอวี่ในชุดสีซีดจางยืนอยู่กลางห้องที่ตกแต่งหรูหราอลังการและเต็มไปด้วยสีชมพู ดูไม่เข้ากันอย่างยิ่ง หากไม่ใช่เพราะใบหน้าและบุคลิกของเขาช่วยพยุงไว้ ก็คงดูเหมือนคนจรจัดที่หลงมาจากไหนสักแห่ง
มู่ชิงอวี่สัมผัสชุดนอนไหมเนื้อดีในมือ ขณะกวาดตามองผังห้องของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์อย่างเงียบเชียบ การตกแต่งสีชมพูอ่อนหวานช่างเหมือนตัวเธอไม่มีผิด
กลิ่นหอมจาง ๆ ที่อบอวลอยู่ในอากาศค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่ปอด ทำให้เขาอดเร่งลมหายใจขึ้นมาไม่ได้ เพื่อปกปิดอาการเสียศูนย์ มู่ชิงอวี่จึงได้แต่ก้มหน้า จ้องมองเท้าคู่งามราวไข่มุกที่ซ่อนอยู่ในพรม ช่างเล็กเหลือเกิน...เขาคงจับไว้ในมือได้อย่างแน่นหนาในคราวเดียวสินะ
“ทำไมยังไม่ไปอีก”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ทำตามคำสั่งของระบบ เดินเข้าไปหาแล้วเตะเขาอย่างแรงหนึ่งที
“ฮึ”
มู่ชิงอวี่ราวกับถูกเธอเตะจนเจ็บจริง ๆ เสียงครางอู้อี้ดังออกมาจากลำคอ ร่างถอยหลังไปหนึ่งก้าว ผมที่ยาวเกินไปบดบังแววตาลึกล้ำของเขา
“ครับ นายท่าน”
น้ำเสียงอดกลั้นของเขาลอยเข้าหูหยุนเสวี่ยเอ๋อร์กับระบบ ทำให้ทั้งคู่แอบดีใจอยู่ในใจ
“ผู้พักอาศัย ทำได้ดีมาก! พระเอกถูกหยามจนแค่จะมองคุณสักแวบก็ยังรู้สึกทรมานแล้ว”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์นั่งอยู่บนเตียง มองแผ่นหลังสูงโปร่งที่ก้าวเข้าห้องน้ำ พลางแกว่งขาอย่างร่าเริง “คุณกระต่าย พระเอกคนนี้อดทนเก่งขนาดนี้เลยเหรอ ตอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโดนทำให้โมโหจนเลือดกำเดาไหลแท้ ๆ ยังยอมกลับมากับฉันดี ๆ อีก”
“แน่นอนอยู่แล้ว พระเอกทุกคนล้วนมีคุณสมบัติอดทนกัดฟันสู้เพื่อความสำเร็จ เรื่องโดนหยามพวกนี้จึงเป็นเครื่องมือชั้นยอดที่คอยผลักดันให้เขาประสบความสำเร็จค่ะ”
