ยามเช้าตรู่ ไออุ่นจากร่างกายและสัมผัสแนบชิดเนื้อแนบเนื้อทำให้หยุนเสวี่ยเอ๋อร์เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ มือเล็กคลำไปมา ก่อนจะพบว่าความนุ่มฟูมีขนหายไปแล้ว แทนที่ด้วยสัมผัสอุ่นร้อนและแน่นกระชับของกล้ามเนื้อ
สมองที่ยังมึนงงพลันตื่นตัว หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ลืมตาขึ้นทันที แล้วก็พบว่าคนที่กำลังกอดเธอไว้แน่นในอ้อมแขนอยู่ตอนนี้คือฮั่วเฉินตัวเป็น ๆ
“ฮะ... ฮั่วเฉิน...”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์กะพริบแพขนตา หยาดน้ำใสจากปฏิกิริยาตามธรรมชาติคลออยู่ตรงปลายขนตายาวระยับดุจคริสตัล
ฮั่วเฉินค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น ประกายเย็นเยียบในดวงตากวาดมองเธอ มุมหางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มที่ส่องประกายระยิบระยับ
“ที่รัก ตื่นแล้วเหรอ”
ฮั่วเฉินยังคงทำตัวเหมือนตอนอยู่ในร่างสัตว์ รีบขยับเข้ามาใกล้เธออย่างออดอ้อน เสียงแหบพร่าของเขาเจือความอ่อนโยนไร้ขีดจำกัด
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ยังไม่คุ้นกับร่างมนุษย์ของฮั่วเฉิน และยังไม่คุ้นกับร่างเปลือยเปล่าของเขาด้วย
ร่างกายทั้งสองแนบชิดกันจนไร้ช่องว่าง อุณหภูมิของกันและกันถ่ายทอดถึงกัน เธอรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงทุกความเปลี่ยนแปลงของฮั่วเฉิน
“ฮั่วเฉิน...”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์คิดจะยื่นมือผลักเขาออก แต่ฮั่วเฉินกลับคว้ามือเธอไว้แล้วจูบเบา ๆ ตรงข้างริมฝีปาก ก่อนจะมองเธอด้วยแววตาเป็นประกาย
“ที่รัก ไม่ใช่ว่าตกลงกันแล้วเหรอว่าจะเรียกผมว่าสามี”
แววอารมณ์ในดวงตาของฮั่วเฉินร่างมนุษย์เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งยังส่งผลต่อหยุนเสวี่ยเอ๋อร์มากขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาและคมเข้มอยู่ใกล้เพียงนี้ เธอก็อดหน้าแดงไม่ได้
ขนตาที่กะพริบถี่เผยให้เห็นความลนลานและเขินอายของเธอในขณะนี้ ส่วนท่าทีของฮั่วเฉินที่ดูราวกับจะไม่ยอมเลิกราจนกว่าหยุนเสวี่ยเอ๋อร์จะยอมเปลี่ยนคำเรียก ก็ทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกแช่อยู่ในน้ำร้อน
หลังจากยื้อกันอยู่ไม่กี่วินาที หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็ตัดสินใจซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของเขา ใช้ใบหน้าที่แดงก่ำซ่อนอยู่กับอกกว้าง แล้วเอ่ยเสียงเบาแสนเบาว่า
