ยามเช้า เมื่อเห็นเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ มู่ชิงอวี่ก็สูดดมกลิ่นบนผ้าห่มอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะพลิกตัวลุกขึ้น เดินไปเปิดม่านตรงหน้าต่าง
ยามแสงแดดอ่อนโยนสาดลงบนใบหน้าของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ ขนตายาวก็ถูกแสงเคลือบเป็นสีทองอ่อน ผิวขาวราวหิมะเปล่งปลั่งชุ่มชื้น แก้มกับปลายจมูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูอบอุ่นจาง ๆ คิ้วตาอ่อนโยน งดงามประณีตราวกับตุ๊กตาบาร์บี้
มู่ชิงอวี่ชื่นชมอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะก้มตัวลงเรียกเธอ “นายท่าน ตื่นได้แล้วครับ ถึงเวลาลุกจากเตียงแล้ว”
น้ำเสียงอ่อนโยนไม่มีความไม่เต็มใจแม้แต่น้อย ล้วนเต็มไปด้วยความปรารถนาจากใจจริง
ระบบที่เข้าสู่โหมดพักการทำงานก็ตื่นขึ้นมาเช่นกัน แล้วเรียกในหัวเธอว่า “โฮสต์ ตื่นได้แล้ว วันใหม่เริ่มต้นแล้ว รีบให้มู่ชิงอวี่อุ้มไปล้างหน้าล้างตาเร็ว”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ถูกปลุกจนตื่น สมองยังมึนงงครึ่งหลับครึ่งตื่น จึงพูดตามที่ระบบบอก “มู่ชิงอวี่ อุ้มฉันไปแปรงฟันล้างหน้าหน่อย”
จากนั้นเธอก็ยกแขนขึ้นอย่างอ่อนปวกเปียก ออดอ้อนเหมือนเด็กน้อย
“มู่ชิงอวี่ ฉันเป็นนายจ้างของคุณ คุณต้องฟังคำสั่งฉันนะ”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์คิดว่านี่คือคำสั่ง แต่มู่ชิงอวี่กลับมองว่ามันเป็นของขวัญอันล้ำค่า
เมื่อเห็นหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ทำท่าราวกับพึ่งพาคนใกล้ชิดที่สุด มู่ชิงอวี่ก็รู้สึกอิ่มเอมใจอย่างยิ่ง เพียงยื่นมือออกไปก็อุ้มเธอเข้ามาแนบอกเต็มอ้อมแขน
ร่างกายอุ่นนุ่มนิ่มนั้นนุ่มยิ่งกว่าผ้าห่มที่เขาคลุมเมื่อคืนเสียอีก ราวกับว่าหากไม่รีบกอดไว้แน่น คนตัวเล็กในอ้อมแขนก็จะหลุดลอยหนีไป
มู่ชิงอวี่ใช้แขนแข็งแรงรองใต้ต้นขาของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ ส่วนอีกมือก็โอบประคองแผ่นหลังของเธอไว้แน่น
แขนกำยำตึงเกร็งขึ้นทันทีเมื่อสัมผัสถูกส่วนอวบอิ่มอย่างเหลือเชื่อ ทำให้มู่ชิงอวี่ที่เลือดลมพลุ่งพล่านอยู่แล้วพ่ายแพ้ให้กับแรงยั่วยวนตั้งแต่เช้าตรู่
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ที่ยังไม่ตื่นเต็มตาในอ้อมแขน สูดดมโชคชะตาหอมหวานนั้นอย่างกระตือรือร้น พลางซบอยู่บนไหล่ของมู่ชิงอวี่ แขนเรียวยาวโอบรอบคอเขา ปลายจมูกขยับดอมดมผิวกายที่เผยออกมาไม่หยุด
