หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ที่ถูกกักอยู่ในอ้อมอกของลู่เฉินสมองมึนงง แขนที่โอบเอวเธออยู่ชัดเจนเกินไป จนเอวอ่อนยวบลงไปหมด
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ทิ้งตัวแนบชิดกับลู่เฉิน อุณหภูมิของทั้งสองเริ่มถ่ายทอดถึงกัน หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ปลายนิ้วที่กำเสื้อผ้าไว้แน่นเริ่มซีดขาว
ลู่เฉินลูบเปลือกตาของเธอ น้ำเสียงยิ่งทวีความเย้ายวน
“ที่รัก ชอบฉันไหม”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่ลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง เธอก็เผลอเหม่อลอย ร่างกายราวกับไม่ใช่ของตัวเอง ความคิดมีแต่จะคล้อยตามคำตอบที่ถูกต้อง เธอขยับริมฝีปาก ก่อนคำว่า “ชอบ” แผ่วเบาจะหล่นลงกลางอากาศ
ชั่วขณะนั้น หยุนเสวี่ยเอ๋อร์รู้สึกว่าลู่เฉินราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน บรรยากาศรอบตัวเขาพลันทรงอำนาจขึ้นมา
ลู่เฉินลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วก้มหน้าผากแนบกับหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ น้ำเสียงเปี่ยมความยินดีเต้นระริกอยู่ข้างหูเธอ
“ที่รัก ในที่สุดเธอก็ยอมรับว่าชอบฉันแล้ว”
“เธอไม่รู้หรอกว่าตอนที่เธอส่งข้อความพวกนั้นมาให้ฉัน ฉันอยากเอามันไปยื่นตรงหน้าเธอแล้วบอกว่า ฉันยินดีให้เธอทำเรื่องที่เขียนไว้ และฉันก็ยินดีทำทุกอย่างที่เธออยากทำให้เธอเหมือนกัน”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ตกตะลึงกับเรื่องที่ได้ยิน เธอถามอย่างงุนงงว่า “คุณรู้ด้วยเหรอ รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
ลู่เฉินหัวเราะเบา ๆ “ครั้งที่ที่รักมาซักผ้าให้ฉันไง ที่รักไม่รู้หรอกว่าตัวเองหอมแค่ไหน แค่สัมผัสเสื้อผ้าของฉัน กลิ่นเฉพาะตัวของที่รักก็ทิ้งไว้บนนั้นแล้ว”
“ทุกคืนฉันจะหยิบเสื้อผ้าชุดนั้นมาดมกลิ่นที่ที่รักทิ้งไว้ให้”
