“อือ~”
ยามเช้า หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ค่อย ๆ ตื่นจากฝัน เพิ่งขยับตัวก็พบว่าถูกกอดไว้แน่นจนแทบขยับไม่ได้ ดวงตาที่ยังงัวเงียปรือขึ้นเล็กน้อย ภาพที่เห็นคือแผ่นอกขาวเนียนเต็มตา
“ลู่เฉิน……”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ยื่นมือไปดันเขาเบา ๆ แต่ไม่เพียงดันไม่ออก แขนแกร่งกลับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก
ลู่เฉินเหมือนกำลังอุ้มแมว ขยับร่างหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะซุกไซ้ลำคอและแก้มนุ่มของเธอไม่หยุด
“ที่รัก นุ่มจัง สบายมากเลย”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์พยายามเงยหน้าขึ้น แต่ลู่เฉินกลับเหมือนแผ่นแปะเหนียวหนึบ เธอถอยหนึ่งส่วน เขาก็เบียดเข้ามาสองส่วน
“อือ เจ็บ”
หนวดที่เพิ่งขึ้นบนคางของลู่เฉินทิ่มโดนหยุนเสวี่ยเอ๋อร์เต็ม ๆ เสียงนุ่มนิ่มจึงเจือความไม่พอใจอยู่ด้วย
พอได้ยินหยุนเสวี่ยเอ๋อร์บอกว่าเจ็บ สีหน้าลู่เฉินก็เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เขาประคองใบหน้าเธอไว้ด้วยสองมือ
“ขอโทษนะที่รัก ให้พี่ดูหน่อยว่าหนวดทิ่มตรงไหน”
พูดจบ เขาก็เพ่งมองใบหน้าแดงระเรื่อของเธออย่างระมัดระวัง พอเห็นว่าตรงคางมีรอยจุดเล็ก ๆ อยู่จริง หัวใจก็พลันเจ็บแปลบขึ้นมา
เขาใช้นิ้วลูบไล้รอยนั้นเบา ๆ สองสามครั้ง ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ แล้วเป่าให้อย่างกับกำลังปลอบเด็กน้อย “เป่าแล้วก็ไม่เจ็บแล้วนะ”
เห็นลู่เฉินทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็เขินขึ้นมา เธอยกมือปิดปากเขาไว้ แล้วเบือนหน้าไปอีกทาง
“พอแล้ว ไม่ได้เวอร์ขนาดนั้นสักหน่อย ฉันจะลุกแล้ว”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์พยายามดันเขาออก แต่ลู่เฉินจะยอมปล่อยเธอไปได้อย่างไร สองแขนโอบเอวบางไว้ ก่อนจะเอาศีรษะพิงไหล่เธออย่างหลวม ๆ แล้วพึมพำว่า
