แม่นมเฉินมองลงมาจากที่สูง พลางกล่าวว่า “คุณหนูสาม ท่านต้องคิดให้ดี ออกห่างจากนายท่านของเราแล้ว ด้วยพื้นเพของท่าน ทั้งยังเป็นสตรีที่ผ่านการสมรสมาแล้ว ก็ยากนักที่จะไต่เต้าสู่ตระกูลสูงศักดิ์เช่นเรา ชีวิตที่สวมแพรพรรณงามและเสวยโอชาอาหาร จะไม่เกี่ยวข้องกับท่านอีกต่อไป”
เสิ่นถังซีตอบว่า “ข้าคิดดีแล้ว ไม่ต้องให้แม่นมท่านเป็นกังวล”
น้ำเสียงไม่แข็งไม่อ่อน ไม่ยโสไม่หวั่น แม่นมเฉินเพียงรู้สึกว่านางไม่รู้จักถูกผิด
แววตาดุจคบเพลิงของชุยซื่อ จับจ้องที่ใบหน้าของเสิ่นถังซี ราวกับสอบสวนนักโทษ “เจ้ารู้สึกเช่นนี้จริงหรือ หรือในใจยังมีการวางแผนอันแปดเปื้อนใดแอบแฝงอยู่”
เสิ่นถังซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ท่านโปรดวางใจ ข้ารู้ว่าสิ่งใดคือความอัปยศ”
หากตนไม่จากไป เรื่องราวที่คล้ายการสวมกำไลให้องค์หญิงจะเกิดตามมาไม่รู้จบ รอคอยนางอยู่
เมื่อเห็นนางกล่าวเช่นนี้ ชุยซื่อก็หัวเราะเยาะ “คำนี้ ฟังเหมือนว่าเราตระกูลเผยให้เจ้าเป็นอนุภรรยานอกเรือน เป็นการไร้ซึ่งความอัปยศเสียแล้ว”
ตามนิสัยที่เคยอ่อนโยนของเสิ่นถังซีนางคงอธิบายสองสามคำทั้งที่ฝืนใจ เพื่อให้ชุยซื่อคลายโกรธ ทว่าวันนี้ นางไม่มีแก่ใจจะสนใจอารมณ์ผู้ใดอีกแล้ว
นางจึงเม้มปากไม่กล่าวสิ่งใด
ท่วงท่าราวกับยอมรับนี้ ทำให้ชุยซื่อกราดเกรี้ยว “ดี! ดี! ก่อนหน้านี้ยังคิดว่าเจ้าเป็นคนดี”
“ไม่คิดเลยว่า รู้หน้าไม่รู้ใจ ภายนอกอ่อนโยนกตัญญู ภาย ในกลับดื้อรั้นและอำมหิตกว่าใคร”
“เห็นว่าไต่เต้าสู่กิ่งไม้สูงของจวนกั๋วกงเราไม่ได้แล้ว ก็ไม่เสแสร้งแล้ว!”
เสิ่นถังซีฟังจบ ยิ่งรู้สึกขบขัน
รู้หน้าไม่รู้ใจหรือ กล่าวได้ดีแท้ เผยหวยชิงนอนป่วยจนลุกไม่ขึ้นครั้งใด ชุยซื่อก็ยังอ่อนโยนกับนาง พอบุรุษฟื้นดี ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนได้รวดเร็วกว่าใคร
ชุยซื่อมองท่าทีไม่ยอมสยบของนางก็ยิ่งกราดเกรี้ยว สุดท้ายกล่าวอย่างเย็นชาว่า “บิดาเจ้าได้ไปเป็นขุนนางต่างถิ่น อีกไม่นานก็จะกลับมา”
“เมื่อถึงเวลาเรียกเขามา เราสองบ้านจะหารือเรื่องหย่าขาด”
“เจ้าไม่ต้องการเป็นอนุภรรยานอกเรือนให้บุตรชายข้า บุตรชายข้าเองก็รังเกียจเจ้าอยู่หมือนกัน จากกันไปก็สิ้นเรื่อง”
“เพียงแต่เจ้าควรสงบเสงี่ยม หากเจ้าใช้ใบหน้านี้และเรือนร่างเย้ายวนนี้ วางท่าอย่างสตรีมักมาก ใช้อุบายนางคณิกา ทำลายสวรรค์ลิขิตแห่งบุตรข้าและองค์หญิง ระวังข้าจะฉีกหนังเจ้า!”
ถ้อยคำหยามเกียรติเช่นนี้ ทำให้ความโกรธที่เสิ่นถังซีเก็บกดไว้ ในที่สุดก็เผยอออกมาทางมุมปาก
นางยืดอก ตรงหลัง จ้องมองชุยซื่อพลางกล่าวว่า
“ท่านหญิง ข้าแม้พื้นเพไม่สูงศักดิ์ แต่ก็เป็นกุลสตรีจากตระกูลดี”
“ทั้งก่อนสมรสและหลังสมรส ล้วนได้รับคำชมว่า ข้าเป็นคนสง่างาม มีคุณธรรม จริงจัง อ่อนโยน”
“ขอท่านโปรดถอนคำเมื่อครู่คืน”
ชุยซื่อไม่คาดคิดว่าของต่ำต้อยจากตระกูลเล็กอย่างนาง จะกล้าขัดขวางตน โกรธจนอยากลงมือ
ทว่าแม่นมเฉินกลับดึงแขนเสื้อนางไว้
ผงกศีรษะให้เป็นการปฏิเสธ
ชุยซื่อก็สงบอารมณ์ลง หากเรื่องนี้ลุกลามใหญ่โต ให้ท่านย่าผู้เฒ่าล่วงรู้ เกรงว่าทั้งจวนจะไร้ความสงบสุข
นางระงับโทสะแล้วกล่าวว่า “ช่างเถิด เมื่อครู่เป็นข้าพลั้งปาก”
“เรื่องนี้เจ้าข้าหารือกันเรียบร้อยแล้ว ท่านย่าผู้เฒ่าเจ้าก็ไม่ต้องเอ่ยปากมากความ”
“นางร่างกายไม่ดี ทั้งแต่ไหนแต่ไรก็ชื่นชอบเจ้า หากให้นางรู้ จะโกรธจนเสียกาย เจ้ารับผิดชอบไม่ได้”
เสิ่นถังซีรับคำ “ทราบแล้ว ท่านหญิง”
ชุยซื่อแต่แรกยังรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง หลังจากถูกเสิ่นถังซีขัดขวางเมื่อครู่ กลับรู้สึกเพียงเห็นหน้าก็รำคาญ โบกมือกล่าวว่า “เจ้าไปเถิด เรื่องของหวยชิง ข้าจะไปกล่าวเอง”
เสิ่นถังซีตอบ “เพคะ”
นางลุกขึ้นจากไป
ชุยซื่อมองดูนางเดินไกลออกไป กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “หวยชิงบุตรข้ามีฐานะสูงศักดิ์ พี่ชายใหญ่จากไปก่อน บุตรรองก็เป็นเพียงบุตรอนุ ภายหน้าจวนกั๋วกงนี้ย่อมเป็นเขาผู้ตัดสิน”
“เพียงแค่ให้เป็นอนุภรรยานอกเรือนของบุตรข้า ผู้คนภายนอกยังแย่งกันมา นางกลับดีนัก ทำเหมือนถูกครอบครัวเราหยามเกียรติอย่างไรอย่างนั้น”
แม่นมเฉินยื่นถุงประคบร้อนให้นางอุ่นมือ
ปลอบโยนว่า “ท่านหญิงโปรดระงับโกรธ อย่างไรเสียนางก็เป็นภรรยาเอกให้คุณชายมาสามปี คิดว่ายังจำไม่ได้ว่าตนมีฐานะเช่นไร”
ชุยซื่อแค่นเสียง “ช่างเถิด ว่ากันตามหลัก นางดูแลบุตรข้ามาสามปี ไร้คุณความดีก็ย่อมมีหยาดเหงื่อ”
“ข้าเดิมคิดว่า จะส่งนางไป อย่างน้อยก็ต้องให้ที่นาพร้อมร้านค้า แล้วเพิ่มเงินอีกสองสามร้อยตำลึง”
“ทว่าเมื่อนางไร้ซึ่งการรู้จักถูกผิดเช่นนี้ ถึงขั้นกล้าขัดขวางคำข้า ก็ให้นางขนสินเดิมที่ต่ำต้อยของตนไปเสีย!”
แม่นมเฉินเข้าไปนวดบ่าให้นาง “ยามนี้ในจวนไม่เหมือนก่อน ลำบากท่านหญิงมีจิตใจดี ยังคิดจะเอ็นดูนางสักครั้ง เป็นนางเองที่ไม่รู้ดีชั่ว”
กล่าวถึงเรื่องนี้ ชุยซื่อก็ลูบขมับ
จวนกั๋วกงใหญ่โตทรัพย์มาก แต่รายจ่ายก็มากตาม ไร่นาใต้บังคับหลายปีมานี้ผลเก็บเกี่ยวไม่ดี รายได้จากร้านค้าก็ย่ำแย่
เงินในห้องบัญชี ยังรักษาความสง่างามของจวนไว้ได้อีกสองสามปีก็ดีเพียงนั้น ความทุกข์ยากนี้ มีเพียงนางผู้ดูแลบ้านเท่านั้นที่รู้
ทว่าไม่นานนางก็คลายใจลง เซียวอวี้ซิ่วเป็นดั่งไข่มุกในกำมือของคังผิงอ๋อง เกรงว่าสินเดิมก็คงมีถึงสองสามแสนตำลึง เมื่อถึงเวลานางมอบอำนาจปกครองเรือนให้องค์หญิง จากนั้นก็สบายแล้ว
คิดถึงตรงนี้ นางยิ่งรู้สึกว่าเซียวอวี้ซิ่วเหมาะสมกับบุตรชาย เสิ่นถังซีจะมีประโยชน์ใด มีเพียงท่านย่าผู้เฒ่าที่หลงผิด เชื่อคำเหลวไหลที่นางเป็นดาวนำโชค
……
ยามที่เสิ่นถังซีก้าวออกจากเรือนของชุยซื่อ ยังคงมึนงงอยู่บ้าง
แสงอาทิตย์ในฤดูหนาว ส่องลงบนกายที่น่าจะอบอุ่น กลับทำให้นางตาพร่าแทบลืมไม่ขึ้น
นางจะกล่าวกับบิดามารดาเช่นไร
เมื่อไม่นานมานี้ติดต่อกับบิดามารดา ได้ยินว่าร่างกายของเผยหวยชิงใกล้หายดี พวกเขาล้วนคิดว่าชีวิตที่ดีของนางกำลังมาถึง
กลับไม่คิดว่า เขาเพิ่งฟื้นขึ้น สิ่งที่นางต้องทนในวันนี้ มากกว่าครึ่งชีวิตก่อนหน้ารวมกันเสียอีก
หากให้บิดามารดารู้ว่านางต้องการหย่าขาด จะสงสารนาง หรือตำหนินางที่ปีนั้นโง่เขลา ไม่ยอมฟังคำมารดา
หงซิ่วทั้งเจ็บปวดใจ ทั้งกราดเกรี้ยว “คุณหนู พวกเขาช่างเกินไปแล้ว”
“เราไปหาท่านย่าผู้เฒ่า ให้ท่านย่าผู้เฒ่าช่วยตัดสินให้!”
เสิ่นถังซีส่ายหน้า “ท่านย่าผู้เฒ่าเมตตา แต่องค์หญิงชิงเหอผู้นั้น เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของคังผิงอ๋อง”
“ท่านย่าผู้เฒ่าต่อให้สูงศักดิ์เป็นท่านย่าผู้เฒ่าแห่งจวนกั๋วกง แต่ก็สู้คังผิงอ๋องไม่ได้”
“แล้วผู้อื่นก็ดูถูกข้า หากต้องอาศัยการปกป้องจากท่านย่าผู้เฒ่าให้อยู่ต่อ ก็เป็นเพียงการยอมให้หยามเกียรติเท่านั้น”
ชีวิตสมรสสามปีกับเผยหวยชิงนี้ ถือว่าเป็นเพียงความฝันก็แล้วกัน ดั่งที่ชุยซื่อกล่าว ตอนที่นางแต่งเข้ามา เขาล้มป่วยไร้สติ ก็เป็นผู้ตัดสินใจเองมิได้ ดังนั้นจึงโทษเขาที่ทรยศทอดทิ้งนางมิได้
สามปีผ่านไป เขาไม่เคยมีใจแม้แต่ครั้งเดียว
เมื่อเป็นเช่นนี้ หากท่านไร้ใจ ข้าก็จะหยุด
หงซิ่วกล่าวอย่างเคียดแค้น “ไปก็ไป คุณหนูท่านมีเงินนับล้านตำลึง เราจากไป ชีวิตภายหน้าก็ดีเช่นกัน”
เสิ่นถังซีมีหัวทางการค้ามาตั้งแต่เด็ก ทั้งสนใจด้านนี้มาก แต่น่าเสียดายที่บิดาของนางเห็นทรัพย์สินเงินทองเป็นดั่งขี้ธุลี เกรงว่ากลิ่นทองแดงจะแปดเปื้อนชื่อเสียงสะอาดของตน ถึงขนาดไม่ให้คนในครอบครัวดำเนินกิจการร้านค้า
กลัวทำให้เขาโกรธ เสิ่นถังซีจึงนำเงินเก็บส่วนตัวที่สะสมมาหลายปี ส่งหงซิ่วไปร่วมลงทุนกับผู้อื่นอย่างลับๆ แล้วเซ็นสัญญาซื้อตัวนายบัญชีอีกหลายคน โดยใช้ชื่อของพวกเขา สะสมกิจการไว้ไม่น้อยที่ภายนอก
แม้ในสามปีหลังสมรส ตระกูลเผยไม่อนุญาตให้คุณหนูออกหน้า นางก็ยังไม่ละทิ้งการจัดการเหล่านี้ ในยามที่ดูแลเผยหวยชิง
เสิ่นถังซีสีหน้าเปลี่ยน สำรวจดูรอบข้างไร้ผู้คน ทำหน้าขรึมมองหงซิ่ว “เรื่องเงินจำนวนนี้ อย่าได้เอ่ยถึงอีก”
จวนกั๋วกงนี้เมื่อมองดูคึกคัก แต่นางดูออกไม่ใช่หรือ ชีวิตที่งดงามอีกไม่กี่ปีก็จะไม่เหลือให้คงอยู่
หากให้ชุยซื่อรู้ว่านางมีเงินมากมาย เช่นนั้น ตำแหน่งอนุภรรยานอกเรือนของนาง ก็คือไม่เป็นก็ต้องเป็นแล้ว!