หลังส่งข้อความออกไปไม่ถึง 10 วินาที ไป๋ล่างก็โทรมา
“เซี่ยเซี่ย เธอไปออกรายการวาไรตี้อะไรเหรอ? ซิงเหยาเอนเตอร์เทนเมนต์จะใจดีปล่อยเธอไปง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ? ตอนอัดรายการเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า ตอนนี้เธออยู่ไหนแล้ว?”
“ไป๋ล่าง ฟังฉันก่อน” ลู่ชู่เซี่ยไม่คิดเลยว่าเพื่อนของเจ้าของร่างเดิมจะร้อนใจขนาดนี้ “ฉันไปออกรายการร้องเพลง ‘ถ้าเธอกล้าก็มา’ ตอนอัดรายการมีเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว”
“‘ถ้าเธอกล้าก็มา’ เหรอ? รายการร้องเพลงที่ผู้เข้าแข่งขันเป็นพวกข้ามสายหรือหน้าใหม่ทั้งหมดนั่นน่ะนะ? งั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อย ฉันกลัวจริง ๆ ว่าซิงเหยาจะเอารายการห่วย ๆ มาหลอกเธอ”
ลู่ชู่เซี่ยหัวเราะเยาะในใจ: ก็หลอกเจ้าของร่างเดิมนั่นแหละ ขอแค่คิดจะทำแบบนั้น รายการไหนก็ใช้หลอกได้ทั้งนั้น
“ก็โอเค อีกไม่กี่วันนายก็ได้เห็นฉันในทีวีแล้ว”
“หืม? เธอแปลก ๆ นะ” ไป๋ล่างสังเกตได้อย่างว่องไวว่าวันนี้ลู่ชู่เซี่ยพูดเสียงอ่อนแรง แถมยังไม่มีท่าที…ไม่มั่นใจเหมือนแต่ก่อน “ตอนนี้เธอทำอะไรอยู่?”
“ฉันไม่ได้เป็นอะไร แค่ไม่ค่อยสบาย ตอนนี้…รอผลตรวจอยู่ที่โรงพยาบาล”
“อะไรนะ? โรงพยาบาลเหรอ? โรงพยาบาลไหน?” พอได้ยินเช่นนั้น เสียงของไป๋ล่างก็ดังขึ้นหลายระดับ จนคุณพ่อไป๋สะดุ้งถึงกับยกแก้วบนโต๊ะกลางขึ้นมาหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็วางลงเงียบ ๆ
คุณพ่อไป๋: แก้วใบนี้ยังแพงกว่าไอ้ลูกอกตัญญูนั่น จะทุบไม่ได้หรอก ลูกชายแค่พักฟื้นก็หายแล้ว แต่แก้วนี่ซื้อมาด้วยเงินแท้ ๆ
