ยังไม่ถึงเวลาเริ่มบันทึกรายการอย่างเป็นทางการ แต่ห้องไลฟ์ก็เริ่มอุ่นเครื่องกันแล้ว
ลู่ชู่เซี่ยนั่งว่างอยู่ข้าง ๆ จึงสมัครบัญชีรองเข้าไปดูความคึกคักในห้องไลฟ์
【ถึงจะไม่มีใครเป็นนักร้องอาชีพ แต่ฝีมือการร้องเพลงของผู้เข้าแข่งขันพวกนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่านักร้องอาชีพเลยนะ】
【เหอะ ถ้าถามฉันนะ นักร้องสมัยนี้ควรถูกส่งกลับบริษัทหรือโรงเรียนไปฝึกใหม่ให้หมด แม้แต่คนที่ข้ามสายมายังสู้ไม่ได้ ยังกล้าเรียกตัวเองว่านักร้องอาชีพอีกเหรอ】
【เอ๊ะ~ อย่าเหมารวมสิ คนนั้นน่ะที่ชอบอวดว่าตัวเองร้องเพลงได้เข้าถึงอารมณ์ ทำให้คนฟังอินได้ไม่ใช่เหรอ】
【พอเถอะน่า ถ้าไม่พูดแบบนั้นแล้วจะให้พูดอะไรล่ะ? บอกว่าตัวเองร้องไม่เก่ง เลยต้องเอาเรื่องอารมณ์มาพูดให้ดูดีงั้นเหรอ】
【ใช่ ๆ ฝีมือไม่ถึง ก็เอาอารมณ์มาช่วยเติมเต็ม พวกเขาพูดมาแบบนั้น เราก็ฟังไปแบบนั้น ทุกคนหัวเราะกันสักหน่อยแล้วก็ผ่านไป】
ต้องยอมรับว่าชาวเน็ตในห้องไลฟ์ที่มองอะไรทะลุปรุโปร่งมีไม่น้อย ความเห็นเผ็ดร้อนแต่ละข้อความทำให้ลู่ชู่เซี่ยรู้สึกโล่งสบายตั้งแต่เส้นผมจรดเล็บเท้า
ดูท่าทุกคนคงทนกับนายทุนมานานแล้ว แต่ก็จนใจที่ไม่มีแรงจะต่อต้าน
ลองคิดดูแล้วก็จริง บริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ทั้งสี่ล้วนเป็นนายทุน แถมยังมีนิสัยแบบเดียวกัน คือให้ผลกำไรมาเป็นอันดับแรก คนเขียนเพลง คนแต่งทำนอง ผู้เขียนบท ผู้กำกับ และคนเก่ง ๆ ต่างถูกสี่บริษัทใหญ่ดึงตัวหรือไม่ก็ข่มขู่เอาไว้ บริษัทบันเทิงเล็ก ๆ ต่อให้คิดจะต่อต้าน ก็สร้างผลงานดี ๆ ออกมาไม่ได้
