“มีเรื่องกับซิงเหยาเหรอ?” ดวงตาของเจียงเซี่ยวเกอเป็นประกายวาววับด้วยความตื่นเต้น
เจียงหานซงยกมือกุมหน้าผากพลางยิ้มขื่น เรื่องเมื่อสามปีก่อนคงไม่มีทางพลิกกลับมาได้แล้ว
ลู่ชู่เซี่ยประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า “ใช่ค่ะ เพราะฉันสงสัยว่าพวกเขาจงใจเก็บฉันไว้ไม่ให้มีงานทำ ก่อนยกเลิกสัญญายังเล่นงานฉันอีกครั้งด้วย”
ถ้าอยากเกาะขาคนมีอำนาจ ก็ต้องจริงใจหน่อย ไม่อย่างนั้นถ้าเซ็นสัญญากับหุยหวงเอนเตอร์เทนเมนต์จริง ๆ แล้วบริษัทไม่พอใจเพราะเธอจงใจปิดบังเรื่องนี้ จนจับเธอเก็บเข้ากรุอีกรอบ เธอคงไม่มีที่ให้ไปร้องไห้แน่
“มีเรื่องกันก็ดีสิ” เจียงเซี่ยวเกอปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น ก่อนจะพูดอย่างมีนัย “แต่ถึงฉันจะไม่กลัวการปะทะกับซิงเหยา ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไปมีเรื่องกับบริษัทบันเทิงชั้นนำของหัวเซี่ยโดยไม่มีเหตุผล เข้าใจใช่ไหม?”
ลู่ชู่เซี่ยยิ้ม ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าเป้ เปิดคลิปย้อนหลังจากไลฟ์เมื่อวานแล้วเร่งเสียงให้ดังขึ้น จากนั้นวางโทรศัพท์หันหน้าจอเข้าหาทั้งสองคนบนโต๊ะกลาง
เจียงเซี่ยวเกอกับเจียงหานซงขยับเข้ามาพร้อมกัน ทั้งคู่ตั้งใจดูคลิป
ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงหรือบทสนทนากับกรรมการหลายคน ต่างก็ทำให้ทั้งสองตาเป็นประกาย
พอคลิปจบ เจียงเซี่ยวเกอก็นั่งตัวตรง มองลู่ชู่เซี่ยด้วยแววชื่นชมอยู่บ้าง แต่คำพูดกลับเป็น “ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพลงนี้ของคุณลู่ไม่เลวเลย คุณเองก็มีเอกลักษณ์มาก ถ้าปั้นและทำตลาดให้ดี ก็น่าจะดังได้ แต่...ถ้ามีแค่นี้ เวลาต้องเผชิญหน้ากับซิงเหยาเอนเตอร์เทนเมนต์ เกรงว่ายังไม่พอ”
