ค่ำคืนนี้ สายลมเย็นยะเยือกเป็นพิเศษ
เมฆดำทะมึนปกคลุมจันทราสุกใส กลืนกินฟ้าดินเข้าสู่ความมืดมิด
ฉินอิ่นมุ่งหน้าตะวันตกด้วยความเร็วไม่ช้าไม่เร็ว กระทั่งห่างจากเมืองเทียนเสวียนไปราวร้อยลี้
ฉินอิ่นค่อย ๆ หยุดฝีเท้า
เสื้อคลุมดำสะบัดตามแรงลมดัง เพลียะ ๆ ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่ง ราวกับแฝงไว้ซึ่งเจตนาสังหารอันท่วมท้น หันกลับไปมองด้านหลัง
ภายใต้การรับรู้ของวิญญาณมังกร เขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่ามีเงาร่างจำนวนมากกำลังตามติดเขามาอย่างกระชั้นชิด
“ออกมาเถิด ในเมื่อต้องการสังหารข้า เหตุใดต้องหลบซ่อนในเงามืด”
ฉินอิ่นเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ เสียงดังสะท้อนไปทั่ว บรรยากาศทั่วทั้งเทือกเขาพลันแข็งค้าง
เกือบจะในเวลาเดียวกัน หลายคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เห็นได้ชัดว่า ฉินอิ่นเตรียมตัวมาพร้อมแล้ว
ไม่มีใครโง่เขลา ฉินอิ่นครอบครองไข่มุกแห่งจันทรา แถมขั้นพลังยังไม่สูงนัก จำนวนคนที่จับจ้องเขาจึงไม่น้อยอย่างแน่นอน
และนอกจากตระกูลมู่หรงและตระกูลอู๋แล้ว โดยธรรมชาติย่อมมีผู้อื่นที่ต้องการไข่มุกแห่งจันทราในตัวของฉินอิ่นเช่นกัน เพียงเม็ดเดียวก็มากพอจะเทียบได้กับรากฐานของตระกูลระดับหนึ่ง
คนยอมตายเพื่อทรัพย์ นกยอมตายเพราะอาหาร
โลกนี้ก็เป็นเช่นนี้
“หึ เจ้าก็ใจกล้าไม่น้อย รู้แก่ใจว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของพวกข้าแล้ว แต่ยังกล้าก้าวออกมาจากสมาคมการค้ากู่เยว่”
ผู้บำเพ็ญอิสระขั้นแปรสมุทรระดับสูงสุดผู้หนึ่ง ระเบิดปราณวิญญาณอันทรงพลังออกมา พร้อมหัวเราะเย็นชา
“ส่งไข่มุกแห่งจันทรามา จะไว้ชีวิตเจ้า!”
มีเงาร่างกำยำกว่าผู้หนึ่ง แบกกระบองหมาป่าตะโกนขึ้นอีกคน
ผู้ที่มา ล้วนมีกลิ่นอายพลังอยู่ราว ๆ ขั้นแปรสมุทรระดับสูงสุด
มีจำนวนถึงยี่สิบสามสิบคน คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้บำเพ็ญอิสระ หรือไม่ก็เป็นผู้อาวุโสของตระกูลใหญ่
ฉินอิ่นหัวเราะเย็นเยียบ แววตาฉายแววสังหารเยือกเย็น “ใครคือเหยื่อ ใครคือนายพราน พวกเจ้าคงยังไม่เข้าใจสถานการณ์”
