เชิงเขาไร้เทียมทาน
ทั่วทั้งลานเงียบงัน
หลี่ขุยพ่ายแล้ว ถูกฉินอิ่นชกเพียงหมัดเดียว หานจื่อชิวก็พ่ายแล้ว ถูกคมกระบี่สองฟันสังหารในพริบตา แถมยังได้รับการชี้แนะจากฉินอิ่น ทำให้ระดับฝีมือทางกระบี่ทะยานขึ้นอีกขั้น
สายตาของผู้คนมากมายจับจ้องฉินอิ่นราวกับมองสัตว์ประหลาด
การต่อสู้ข้ามขั้น สำหรับฉินอิ่นแล้ว ดูเหมือนง่ายดายราวกับกินข้าวดื่มน้ำ ช่างน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว
ขณะนั้น อาฉุนกอดกระบี่ดำไว้ มองไปทางหลี่ซื่อเยวียนแล้วเอ่ยว่า “ท่านเฒ่าหลี่ เป็นไงบ้าง ยอมหรือยัง จะสู้ต่ออีกไหม”
หางตาของหลี่ซื่อเยวียนกระตุกวูบ จะสู้บ้าอะไรอีก ฉินอิ่นคนนี้มิใช่แค่ท้าทายสวรรค์ พรสวรรค์เช่นนี้ แทบจะหายากในรอบหมื่นปี เขาเองก็ไม่เคยเห็นไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ไม่สู้แล้ว ไม่สู้แล้ว”
“ยอมแล้ว ยอมหมดใจ” หลี่ซื่อเยวียนยิ้มขมขื่น “พวกเจ้าเขาไร้เทียมทานนี่ ช่างเป็นสัตว์ประหลาดกันทุกคนจริง ๆ เป็นกลุ่มคนผิดมนุษย์ทั้งนั้น”
“เด็กคนนี้ในภายภาคหน้าเกรงว่า คงจะเหนือกว่าพวกเจ้าด้วยซ้ำ ฮ่า ๆ ๆ… น่าเสียดายที่ท่านเจ้าสำนักไม่อยู่ มิฉะนั้น คงจะยินดีปรีดาเป็นที่สุด” หลี่ซื่อเยวียนหัวเราะ สายตาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มจับจ้องที่ฉินอิ่น
อาฉุนยิ้มแล้วกล่าวว่า “พรสวรรค์ของศิษย์น้องเล็กโดดเด่นล้ำเลิศ การก้าวข้ามพวกเราไปได้ เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว”
หลี่ซื่อเยวียนเอ่ยถาม “เมื่อวานที่เกิดสวรรค์สั่นพ้องบนเขาไร้เทียมทาน เป็นฝีมือของเจ้าหนูนี่หรือไม่”
อาฉุนกลับตอบเรียบ ๆ ว่า “ท่านเฒ่าหลี่ อย่าล้ำเส้นให้มากนัก เรื่องของเขาไร้เทียมทาน อย่าถามมาก”
นี่คือกฎของสำนักศึกษาสวรรค์วิถี ต่อให้หลี่ซื่อเยวียนเป็นผู้อำนวยการรักษาการ ก็เพียงแค่รักษาการบริหารสำนักศึกษาเท่านั้น ส่วนเขาไร้เทียมทานนั้น นอกจากท่านเจ้าสำนักแล้ว ไม่มีผู้ใดเข้าไปก้าวก่ายได้