ทันใดนั้นเอง!
ทั่วทั้งห้องผู้ป่วยเงียบสนิทจนได้ยินเสียงเข็มตก!
ทุกคนอ้าปากค้างราวกับมีไข่ทั้งฟองอุดอยู่ในปาก ตกตะลึงพรึงเพริดไปหมด!
เมื่อครู่ยังนอนอาการวิกฤตแทบเอาชีวิตไม่รอด แต่อีกวินาทีถัดมาหลินกั๋วตงกลับลุกขึ้นนั่งได้!
นี่มันปาฏิหาริย์ทางการแพทย์ชัด ๆ!
ปาฏิหาริย์ที่แท้จริง!
เฮ่อจงไห่รีบจัดคนพาหลินกั๋วตงไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดทันที
แล้วก็ต้องแปลกใจพบว่าอวัยวะทั่วร่างกายของหลินกั๋วตงกลับมาสดใสมีชีวิตชีวา ต่างจากคนปกติแล้วไม่มีอะไรแตกต่าง
เฮ่อจงไห่ทำหน้าราวกับเจอผี เต็มไปด้วยความตกใจ
อวัยวะภายในทั้งห้าของหลินกั๋วตงใกล้จะฝ่อล้มเหลวเต็มที ต่อให้รักษาหายก็ต้องอยู่ในสภาพอ่อนแอมาก ๆ
จะเป็นไปได้ยังไงที่กลับมาเหมือนคนปกติได้?
เหล่าแพทย์ประจำโรงพยาบาลประชาชนที่หนึ่งต่างรู้สึกว่าแนวคิดความเชื่อที่ยึดถือมาหลายปีของตัวเองถูกสั่นคลอนจนแทบพังทลาย
พวกเขาที่จบปริญญาเอก ปริญญาโทจากคณะแพทยศาสตร์ชื่อดังต่าง ๆ กลับจนปัญญากับอาการป่วยนี้
แต่ชายหนุ่มคนหนึ่งใช้เพียงแค่เข็มเงินไม่กี่เล่มก็รักษาให้หายขาดได้
ถ้าไม่เห็นกับตาตัวเอง บอกใครก็ไม่มีใครเชื่อ
“ท่านหมอซวี ขอบคุณท่านมาก” หลินกั๋วตงนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้ายังคงซีดขาวอยู่บ้าง
ซวีเว่ยไม่กล้ารับคำชม รีบโบกมือปฎิเสธ “คุณหลิน ท่านชมเกินไปแล้วครับ”
“คนที่ช่วยท่านไว้ไม่ใช่ผม แต่เป็นชายหนุ่มคนนี้ต่างหาก”
พอได้ยิน หลินกั๋วตงก็เบิกตากว้าง พลางพูดด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ “ท่านหมอซวี จะมาล้อเล่นอะไรกัน?”
“ในใต้หล้านี้ นอกเหนือจากท่านหมอซวีแล้ว ใครจะมีความสามารถทางการแพทย์สูงส่งขนาดนี้ได้อีก?”
หลินซูหยุนพูดขึ้นในเวลานี้ “พ่อคะ หมอซัวเป็นคนช่วยพ่อไว้จริง ๆ ค่ะ”
หลินกั๋วตงขมวดคิ้ว ยังคงไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ “หนุ่มน้อย เธอช่วยฉันจริงเหรอ?”
เซียวหนานยักไหล่ “ไม่งั้นล่ะครับ?”
“ดี!”
“สมแล้วที่เป็นหนุ่มสาววัยกล้า ไหน ๆ วันนี้เธอก็ช่วยชีวิตฉันไว้ ตระกูลหลินของเราต้องตอบแทนบุญคุณเธออย่างหนักแน่นอน!”
และในเวลานี้ ซวีเว่ยก็เดินมาที่หน้าเซียวหนานอย่างนอบน้อม แล้วคำนับให้หนึ่งครั้ง
“ท่านผู้อาวุโส วิทยายุทธ์ทางการแพทย์ของท่านไม่ธรรมดาจริง ๆ เป็นข้าตาถั่วเอง ไม่รู้จักคนเก่ง”
“ข้าขอโอกาสจากท่านผู้อาวุโสได้ไหม รับข้าเป็นศิษย์ ข้ายินดีติดตามท่านผู้อาวุโสเพื่อสืบทอดและเผยแพร่วิชาแพทย์!”
เซียวหนานโบกมือ “อายุของท่านมากเกินไปแล้ว โอกาสในอนาคตมีจำกัด ยากที่จะก้าวหน้าไปกว่านี้ได้”
“แต่ดูจากนิสัยที่ยังพอรับได้ ต่อไปข้าอาจจะชี้แนะอะไรให้บ้าง ส่วนเรื่องรับเป็นศิษย์ค่อยว่ากันใหม่”
ทุกคนในห้องผู้ป่วยต่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
ซวีเว่ยในฐานะหนึ่งในสามหมอเทวดาแห่งเมืองลั่ว กลับเอ่ยปากขอบุตรชายผู้หนึ่งเป็นศิษย์อาจารย์
และเจ้าหนุ่มนี่กลับยังทำสีหน้าไม่ค่อยเต็มใจอีกต่างหาก
“ได้ครับ งั้นก็รบกวนท่านผู้อาวุโสด้วย หากข้ามีปัญหาที่คิดไม่ออกจะมาขอคำชี้แนะจากท่านผู้อาวุโส”
ซวีเว่ยไม่ได้โกรธเคืองอะไร แลกเปลี่ยนช่องทางติดต่อกับเซียวหนานเสร็จก็จากไป
จนกระทั่งในห้องผู้ป่วยเหลือเพียงคนสำคัญของตระกูลหลินไม่กี่คน หลินกั๋วอันถึงได้เดินมาที่หน้าเซียวหนาน สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วคำนับให้อย่างสุดซึ้ง
“น้องชาย เมื่อกี้ท่าทีของฉันที่มีต่อเธอเป็นความผิดของฉันเองจริง ๆ”
“ฉันคิดว่าเธอเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวง ที่ไหนได้เธอเป็นผู้วิเศษที่มีวิชาจริง ๆ ขอให้เธอรับคำขอโทษของฉันด้วย”
“ไม่เป็นไรครับ” เซียวหนานยิ้มบาง ๆ
สำหรับหลินกั๋วอัน เขายังคงรู้สึกดี ๆ ด้วยอยู่
กล้าทำกล้ารับ ทำตามใจตัวเอง
อาจจะเป็นนิสัยที่ติดมาจากตอนอยู่ในกองทัพก็ได้
“น้องชาย ในบัตรธนาคารใบนี้มีเงินสิบล้าน นี่คือค่าตอบแทนที่ขอบคุณเธอที่ช่วยชีวิตพี่ชายใหญ่ของฉัน รหัสคือศูนย์หกตัว ต่อไปถ้าเธอมีปัญหาอะไร ก็มาหาฉันหลินกั๋วเหลียงได้ตามสบายเลย”
หลินกั๋วเหลียงหยิบบัตรธนาคารใบหนึ่งยื่นให้เซียวหนาน
เซียวหนานไม่แม้แต่จะมอง หยิบขึ้นมาแล้วโยนใส่กระเป๋าเสื้อตรง ๆ
ทำให้หลินกั๋วเหลียงรู้สึกชื่นชมเซียวหนานมากขึ้นไปอีก
“หนูเล็ก ยังไม่รีบขอโทษคุณเซียวอีก?” หลินซูหยุนมองน้องสาวตัวเองพลางพูด
“ขอโทษค่ะ” หลินจื่อชิงเอ่ยขอโทษอย่างไม่เต็มใจนัก
เธอไม่คิดจริง ๆ ว่าเซียวหนานจะมีวิทยายุทธ์ทางการแพทย์สูงส่งขนาดนี้ แต่ในใจเธอก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี
คนคนนี้เก่งการแพทย์ก็จริง แต่ก็ยังเป็นพวกหื่นกามอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?
หลินกั๋วตงยิ้ม แล้วกวักมือเรียกเซียวหนาน
“น้องเซียว ไม่รู้ว่าเธอเป็นคนที่ไหน พ่อแม่เป็นใคร?”
“ไม่มีพ่อไม่มีแม่ ตั้งแต่เล็กโตมากับอาจารย์” เซียวหนานตอบตามความจริง
“แล้วอาจารย์ของเธอล่ะ?” หลินกั๋วตงถามต่อ
“อาจารย์จากไปแล้วครับ” สีหน้าเซียวหนานแสดงความเศร้าโศกออกมาเล็กน้อย
หลินกั๋วตงถอนหายใจ คนอื่น ๆ ในตระกูลหลินต่างมองหน้ากัน ไปด้วยสีหน้างุนงง
ไม่เข้าใจว่าหลินกั๋วตงกำลังทำอะไร เหมือนกำลังสอบสวนประวัติความเป็นมาอย่างละเอียด
ตามหลักการแล้ว เซียวหนานช่วยชีวิตเขาไว้ คนตระกูลหลินก็ควรจะขอบคุณสักหน่อย เรื่องนี้ก็ควรจะจบลง
“งั้นน้องเซียว เธอมีคู่หมั้นหมายแล้วหรือยัง?” หลินกั๋วตงถามต่อ
คำถามนี้ทำให้ทุกคนเริ่มไม่สงบใจกันแล้ว ถามละเอียดเกินไปแล้วจริง ๆ
“เดิมทีมีอยู่ครับ ผมมาที่เมืองลั่วก็เพราะอาจารย์ได้หมั้นหมายเอาไว้ให้ แต่ไม่คิดว่าพอผมมาถึงเขากลับไม่ยอมรับ ตอนนี้ก็เลยไม่มีแล้ว”
เซียวหนานยิ้มแห้ง ๆ พลางเล่าเรื่องที่เขามาเมืองลั่วเพื่อไปตระกูลเซี่ยจะทำตามสัญญาหมั้นหมายให้หลินกั๋วตงฟังอย่างคร่าว ๆ
แต่ไม่คิดว่าหลินกั๋วตงกลับหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“ดี ดีมาก ดีจริง ๆ ยังดีที่ตระกูลเซี่ยตาบอด ฉันต้องขอบคุณพวกเขาจริง ๆ!”
“พ่อคะ พ่อพูดเรื่องอะไรกันแน่?”
“พวกเราฟังไม่รู้เรื่องเลยสักนิด พ่อถามเซียวหนานเรื่องมากมายขนาดนี้ทำไม?” หลินจื่อชิงทนไม่ไหวถามขึ้นข้าง ๆ
หลินกั๋วตงไม่สนใจเธอ
มองเซียวหนานแล้วพูดต่อ “ตระกูลเซี่ยนี้ช่างไม่มีสายตาจริง ๆ ไม่แปลกใจที่อยู่นานขนาดนี้ก็ยังเป็นเพียงแค่ตระกูลระดับสาม”
“ตระกูลเซี่ยไม่เอาเธอ แต่ตระกูลหลินเราเอา!”
“ไม่ทราบว่าน้องเซียว เธอยินดีแต่งงานกับลูกสาวของฉันหรือไม่?”
“อะไรนะ!?”
เสียงหลินกั๋วตงจบลง ก็มีเสียงอุทานตกใจดังขึ้นหลายเสียงในห้องผู้ป่วย
“พ่อคะ!”
“พี่ใหญ่!”
ไม่รอให้เซียวหนานตอบ เขาพูดต่อ “ซูหยุน เธอกับเซียวหนานเลือกวันดี ๆ สักวัน แล้วค่อยหมั้นหมายกันแต่เนิ่น ๆ”
หลินซูหยุนเขินอายเล็กน้อย มองเซียวหนานแวบหนึ่ง แววตางดงามเป็นประกายแปลกประหลาด
“พ่อคะ พ่อจะยกพี่สาวให้กับคนที่เพิ่งเจอหน้ากันยังไม่ถึงสองชั่วโมงได้ยังไง?” หลินจื่อชิงค้านขึ้นมาทันที
แม้แต่หลินกั๋วอันกับหลินกั๋วเหลียงสองพี่น้องก็มองหน้ากัน แล้วพากันเอ่ยปราม
“ใช่ครับพี่ใหญ่ ผมก็ว่ามันเร็วเกินไปจริง ๆ ยังไงก็ให้เวลาหนุ่มสาวเขาพัฒนากันก่อนเถอะ”
“ตอนนี้ไม่ใช่ยุคที่พ่อแม่เลือกให้แล้ว การคบหากันก็ควรให้หนุ่มสาวเขาพัฒนากันเอง เรื่องแต่งงานของซูหยุนก็ให้เธอตัดสินใจเองเถอะ”
หลินกั๋วตงหันไปมองหลินซูหยุนแล้วถาม “ซูหยุน เธอเกลียดเขาไหม?”
หลินซูหยุนรู้สึกเขิน ๆ เงยหน้ามองเซียวหนานแวบหนึ่ง แล้วส่ายหน้า
หน้าร้อนไปถึงโคนคอ ดูงดงามยิ่งนัก
“เห็นไหมล่ะ?”
“ความรู้สึกเดี๋ยวก็ค่อย ๆ ปลูกฝังกันเองได้ เธอสองคนชายงามหญิงสวย อยู่ด้วยกันนาน ๆ ก็เกิดความรู้สึกเองแหละ”
“แล้วอีกอย่าง ตระกูลหลินของเราก็ใหญ่โตมั่งคั่ง ส่วนน้องเซียวก็มีความสามารถรอบตัว สองคนนี้ก็เหมาะสมกันดี”
หลินกั๋วตงเต็มไปด้วยความปลื้มปีติ ราวกับได้ปลดเปลื้องภาระใหญ่ในใจลงได้แล้ว
“พี่ใหญ่...” หลินกั๋วเหลียงยังอยากพูดอะไรอีก แต่ถูกหลินกั๋วตงขัดขึ้นมาทันที
“พอแล้ว ไม่ต้องมัวมาพูดปรามฉันอีก เรื่องนี้ฉันคิดดีแล้ว พูดไปก็เปล่าประโยชน์ ซูหยุนเธอเลือกเวลาเองแล้วกัน ดูว่าหมั้นหมายกับเซียวหนานเมื่อไหร่ดี”
ทุกคนสัมผัสได้ถึงท่าทีที่แน่วแน่ของหลินกั๋วตง แม้ในใจจะยังอยากปรามอีกสักหน่อย ก็ไม่อาจเอ่ยปากขึ้นมาได้จริง ๆ
และในเวลานี้เอง เซียวหนานที่เงียบมาตลอดก็เอ่ยปากขึ้นในที่สุด
“คุณหลิน ผมไม่ว่าอะไรหรอก แต่ขอเสนออะไรอย่างหนึ่งได้ไหมครับ?”
หลินกั๋วตงหัวเราะร่า “ได้สิ มีอะไรก็พูดมาได้เลย ฉันจะทำให้เธอทุกอย่าง”
“ข้อเสนอของผมก็ง่าย ๆ แค่อยากถามคุณหลินว่า ยกคุณหนูสองของตระกูลหลินให้ผมได้ไหมครับ?” เซียวหนานยิ้มบาง ๆ
