ไม่นานนัก ชงจิ่วก็ว่ายน้ำขึ้นมา อาภรณ์สีดำแนบลู่ไปกับร่าง ซูชิงหว่านเบือนหน้าหนี ฉินซินจึงก้าวเข้าไปถามว่า “ชงจิ่ว เจ้าทำเช่นนี้ไปเพื่อสิ่งใด?”
ชงจิ่วกำถุงหอมเปื้อนโคลนมอมแมมไว้ในมือ เม้มปากกล่าวว่า “ถุงหอมนี้มารดาข้ามอบให้ข้า ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงไปตกอยู่ในมือคุณชายรอง”
ฉินซินพูดไม่ออก
ถุงหอมนี้เห็นชัดว่าเป็นฝีมือปักของคุณหนูบ้านนางแท้ ๆ
แต่ตอนนี้ถูกน้ำโคลนชะจนมองไม่เห็นรูปร่างเดิมแล้ว ฉินซินแม้จะประหลาดใจ ทว่าก็เก็บอาการไม่แสดงออก
ซูชิงหว่านเข้าใจแล้วว่าชงจิ่วทำเช่นนี้เพื่อช่วยนาง ก่อนหน้านี้นางยืนกรานว่าไม่ยินยอมให้ท่านน้องรองสืบทอดสองสกุลพร้อมกัน หากหันหลังไปแล้วมีคนพบว่าถุงหอมที่นางเย็บด้วยมือตนเองห้อยอยู่บนตัวกู้หยุนรุ่ย คนนอกย่อมมองว่านางเป็นสตรีไร้ความซื่อตรง
นางมองชงจิ่วด้วยความขอบคุณ ก่อนหันหลังเดินไปยังเรือนหลิงหลง ทว่าประกายในดวงตากลับเย็นเยียบลง
เมื่อกลับถึงเรือนหลิงหลง ซูชิงหว่านกล่าวเสียงเย็นว่า “นำของที่ข้าเคยมอบให้ซื่อจื่อออกมานับดู!”
หลังจากกู้หยุนรุ่ยปลอมตัวเป็นกู้หยุนฉือ สิ่งของสำคัญในห้องหนังสือย่อมถูกย้ายไปหมดแล้ว ส่วนข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าบางชิ้นเขาไม่ได้เอาไปด้วย เพราะหากทำเช่นนั้นย่อมสะดุดตาเกินไป
ใครจะคิดว่าเขาถึงกับเอาถุงหอมที่ซูชิงหว่านปักให้ไปด้วย?
เรื่องเมื่อครู่กู้หยุนรุ่ยจงใจทำขึ้นแน่นอน จุดประสงค์ของเขาคือการพิสูจน์ให้นางเห็นว่าเขาคือกู้หยุนรุ่ยหรือ?
ไม่นานนัก ฉินซินก็ออกมา “คุณหนู ของที่ท่านมอบให้ซื่อจื่อมีทั้งหมดสิบสองชิ้น ตอนนี้เหลืออยู่เพียงเก้าชิ้น นอกจากถุงหอมนั่นแล้ว ยังมีสนับเข่าที่ท่านเย็บเองหนึ่งคู่กับสายคาดเอวอีกหนึ่งเส้นที่หายไปเจ้าค่ะ”
ล้วนเป็นของใช้แนบกาย ชวนให้คนเข้าใจผิดได้ง่ายทั้งสิ้น
เวลานี้ชงจิ่วก็กลับมาแล้ว เขาเปลี่ยนเสื้อนอกที่เปียกชุ่มเรียบร้อย แต่เส้นผมยังเปียกชื้นเพราะไม่มีเวลาซับให้แห้ง
เขากล่าวเสียงขรึมว่า “ฮูหยิน ของสองอย่างนั้นมีหน้าตาเช่นไร ข้าจะช่วยท่านนำกลับมา”
ของสองอย่างนั้นย่อมอยู่กับกู้หยุนรุ่ยทั้งคู่ แต่คงไม่ใช่สิ่งที่ได้คืนมาง่าย ๆ
