กู้หยุนรุ่ยขมวดคิ้ว “เหตุใดเล่า?”
ซูซีเยว่กัดฟันแน่น เอ่ยอย่างน้อยอกน้อยใจว่า “หากเด็กในท้องนางคนนี้ไม่อยู่ ต่อไปท่านก็ยังต้องให้นางมีลูกอีกคน แล้ว...แล้วหัวใจของท่านจะเอนเอียงไปทางนางกับลูกของนางหรือไม่?”
เมื่อกู้หยุนรุ่ยเห็นว่านางหึงหวง ในใจกลับรู้สึกหวานชื่น เขายื่นมือโอบนางเข้ามาในอ้อมแขนแล้วจุมพิตนางเบา ๆ
“ซีเยว่ เจ้าอย่าคิดมากเลย ข้าทำเพื่อเจ้ามามากถึงเพียงนี้ คนที่ข้าใส่ใจที่สุดย่อมเป็นเจ้า ส่วนทางชิงหว่านนั้น อย่างไรก็ต้องให้นางมีลูกสักคน มิฉะนั้นก็ไม่มีทางผูกนางไว้กับจวนโหวได้ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในราชสำนัก ข้ายังบอกเจ้าได้ไม่มากนัก แต่เจ้าจงจำไว้ว่า ทุกสิ่งที่ข้าทำล้วนเพื่ออนาคตของเรา ยิ่งไปกว่านั้น ต่อไปฐานะของเจ้าอาจไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเป็นฮูหยินใหญ่แห่งจวนโหวก็เป็นได้”
แววตาของซูซีเยว่เป็นประกายขึ้นมาทันที
หากสูงกว่าจวนโหวขึ้นไป หรือจะเป็นจวนกั๋วกง หรือถึงขั้นได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋อง?
เมื่อนึกเช่นนี้ ซูซีเยว่ก็ยิ้มยินดี ซบใบหน้าลงกับอกของกู้หยุนรุ่ยแล้วเอ่ยเสียงหวาน “เจ้าค่ะ ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามที่ท่านว่า”
แต่ในใจนางกลับคิดว่า หากวันหน้ากู้หยุนรุ่ยก้าวขึ้นไปสูงยิ่งกว่าเดิม ซูชิงหว่านก็ยิ่งไม่อาจมีลูกได้อีก!
หากวันหน้าลูกของซูชิงหว่านมาแย่งความโปรดปรานจากลูกของนางจะทำเช่นไร?
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าซูชิงหว่านตั้งครรภ์แล้ว ซูซีเยว่ก็ร้อนใจขึ้นมา นางรีบจูงมือกู้หยุนรุ่ยเดินไปยังเตียง...
สามีภรรยาที่กำลังคลอเคลียกัน ต่างคิดเรื่องเดียวกันอยู่ในใจ นั่นก็คือจะลงมือกับเด็กในท้องของซูชิงหว่านอย่างไร!
**
เรื่องที่เกิดขึ้นในเรือนหลักล้วนแพร่ไปถึงหูซูชิงหว่านเช่นกัน
ยามฉินซินเล่าเรื่องเหล่านี้ สีหน้าท่าทางเปี่ยมชีวิตชีวา
“คุณหนู ท่านไม่รู้หรอกเจ้าค่ะ พอได้ยินว่าไม่ได้สืบบรรดาศักดิ์ สีหน้าคุณชายรองก็มืดครึ้มลงทันที เขาเกือบจะล่วงเกินท่านโหวเข้าแล้ว แต่กลับถูกท่านโหวตำหนิ ส่วนคุณหนูสามก็ถูกฮูหยินโหวดุด่าไปรอบหนึ่ง ร้องไห้เสียจนน่าสงสาร แต่พวกเขาสมควรแล้วเจ้าค่ะ!”
ซูชิงหว่านหลุบตาลง ดื่มยาบำรุงครรภ์รสขมเล็กน้อยจนหมด ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ยาทางฝั่งซูซีเยว่ หยุดได้แล้ว”
