“ฉินเฟิงผู้บัดซบ ข้าจะฉีกเจ้าออกเป็นชิ้น ๆ ให้ได้!!”
หลังจากองค์หญิงหนานเฟิงกลับมาถึงสถานทูต นางก็โมโหจนขว้างปาข้าวของพังเสียหาย นางไม่เคยได้รับความอับอายเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิต
“ข้าประเมินฉินเฟิงต่ำไป ไม่คิดว่าเขาจะโอหังถึงเพียงนี้!”
ฟางฉางที่อยู่ข้าง ๆ ก็โกรธแค้นจนแทบระเบิด แต่ก็พยายามข่มอารมณ์ไว้สุดชีวิต
เขากำลังทบทวนสาเหตุแห่งความพ่ายแพ้...
เขาคิดว่าฉินเฟิงที่กล้าขุดกระดูกจอมเทพของน้องชายแท้ ๆ ต้องตัดหัวจูโถวที่มาท้าทายถึงหน้าประตูอย่างไม่ลังเลแน่นอน
ถ้าให้ทายอดอัจฉริยะจากตระกูลใหญ่ตายไปอีกสองสามคนก็จะดีไม่น้อย พอกลับไปจะได้ยกย่องยอดอัจฉริยะจากตระกูลยากจนขึ้นมาอย่างเปิดเผย ใช้คนอื่นเป็นมีด ใส่ร้ายป้ายสี และปลุกปั่นให้ตระกูลใหญ่เคียดแค้นฉินเฟิง
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ ฉินเฟิงกลับไม่โอหังในเวลาที่ควรโอหัง แต่ดันโอหังจนเกินขอบเขตในเวลาที่ไม่ควร โจมตีแม้แต่องค์หญิงแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ยกลางถนน ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
“แล้วตอนนี้จะทำยังไง!?”
องค์หญิงหนานเฟิงสงบสติอารมณ์ลง แล้วถามถึงขั้นตอนต่อไป
นับตั้งแต่ฉินเฟิงเปิดร่างที่สมบูรณ์เมื่อเจ็ดปีก่อน พระบิดาของนางก็ทุกข์ระทมแทบนอนไม่หลับ หวาดกลัวว่าฉินเฟิงจะเติบโตขึ้นและช่วยราชวงศ์หยินเยว่ทำลายราชวงศ์ต้าเซี่ย
ดังนั้นการเดินทางมาเยือนราชวงศ์หยินเยว่ครั้งนี้ นอกจากการลดทอนกำลังของตระกูลใหญ่แล้ว นางยังคิดจะฉวยโอกาสสังหารฉินเฟิง เพื่อเพิ่มน้ำหนักของตนในสายพระเนตรพระบิดา
เพียงแต่ฉินเฟิงไม่ค่อยได้ออกจากวังเทพจันทรา และเวลาออกมาก็มเหล่าหนูน้อยแสนสวยคอยคุ้มกัน ทั้งยังมีเทพจันทราคอยจับตาดูเขาอยู่ตลอด การจะฆ่าเขาบนแผ่นดินราชวงศ์หยินเยว่ยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์
