"ฮูหยิน เบ่งอีกนิดสิ!"
สามปีผ่านไปราวกับพริบตา ในที่สุดก็ถึงวันที่ฉินเฟิงจะลืมตาดูโลก
ตระกูลฉินเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เหล่าศิษย์หัวกะทิทั้งหมดเตรียมพร้อมรับมืออย่างเข้มงวด เรื่องนี้เกี่ยวกับการที่ตระกูลฉินจะได้บุตรอัจฉริยะเพิ่มอีกหนึ่งคน ใครก็ตามที่พบเห็นคนน่าสงสัยจะถูกเชือดทิ้งก่อน แล้วค่อยรายงานทีหลัง
"ทำไมยังไม่ออกอีก!"
ฉินเทียนร้อนใจจนเดินวนไปมาอยู่หน้าประตู ฟังเสียงร้องสุดทรหดของภรรยาจากในห้องแล้วรู้สึกปวดใจยิ่งนัก
"อย่าตื่นเต้นไป ไม่เป็นไรหรอก!"
บรรพชนตระกูลฉินหลายคนทำท่าเหมือนตนเป็นผู้มากประสบการณ์ นั่งจิบชาอยู่ในสวนอย่างใจเย็น เพียงแต่สายตาจะคอยจับจ้องไปที่ประตูห้องเป็นระยะ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขาก็ไม่ได้ใจเย็นอย่างที่แสดงออกหรอก
แม้วิชาติดตัวจะมีน้อยนัก แต่ตระกูลฉินของพวกเขาในฐานะตระกูลอันดับหนึ่งแห่งห้วงโบราณ ก็ยังพอหาได้สักสองสามเล่มอยู่
สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญจริง ๆ ก็คือตัวของฉินเฟิง เด็กที่สามารถเข้าใจวิชาติดตัวได้ตั้งแต่ในครรภ์ พอเกิดมาก็บ่มเพาะวิชาเทพจนบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบได้แล้ว หากเติบโตขึ้นก็จะเป็นผู้ไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน
ก็เหมือนการป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ไม่มีตระกูลไหนจะรังเกียจยอดฝีมือแบบนี้ว่ามากเกินไปหรอก
ไม่ต้องพูดถึงโลกอย่างห้วงโบราณที่ผู้แข็งแกร่งคือใหญ่ ยิ่งต้องการให้ตระกูลรุ่งเรืองไม่เสื่อม ก็ยิ่งต้องมีมากเท่าไรยิ่งดี พวกเขาฝากความหวังอันยิ่งใหญ่ไว้กับเจ้าเด็กน้อยที่ยังไม่เกิดนี้
ขณะนี้เอง—
ฉินเฟิงพบว่าไอ้น้องชายหมายจะก่อกบฎชิงตำแหน่งพี่ใหญ่ เลยถีบมันกระเด็นไปข้างหนึ่งด้วยความโมโห
ตั้งแต่ที่เขาได้เปิดใช้รัศมีผู้มีวาสนาจักรพรรดิ และฝึกสามสิบสามฟ้าสร้างสรรค์โชคชะตา ทุกวันไม่ว่าฝนจะตกแดดจะออก เขาก็ซ้อมน้องชายจนชิน สถาปนาความเกรียงไกรของพี่ใหญ่ได้สำเร็จ
ตอนนี้เจ้าเด็กน้อยแค่รู้สึกว่าเขาขยับตัวนิดเดียว ก็รีบหดตัวสั่นงันงกอยู่ในมุมทันที น้ำทิพย์ประจำวันที่เคยได้ เขาก็มักจะดูดซึมก่อนจนหมด พอมันกินอิ่มดื่มเต็มแล้วถึงจะกล้ามาดูดซึมเศษกากที่เหลือ
แล้วก็แต้มตัวร้ายของเขา หลังจากซ้อมน้องไม่เว้นแต่ละวันตลอดสามปี ก็สะสมได้ถึง 33,200 กว่าแต้มแล้ว เหลือแค่ออกไปใช้จ่ายให้หนำใจเสียที
"ครบกำหนดสามปีแล้ว ถึงเวลาที่ข้าต้องออกไปแล้ว!"
ฉินเฟิงเหมือนจะมองเห็นแสงสว่างเบื้องหน้า รอแทบไม่ไหวที่จะรีบออกไปเสียเดี๋ยวนี้
"อา...อือ..."
อวิ๋นซีเยวี่ยนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียง มือน้อยกำผ้าปูเตียงแน่น แทบจะถูกเจ้าเด็กนี่ทำเอาคลั่งตายอยู่แล้ว
ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องดังขึ้น อวิ๋นซีเยวี่ยก็มาถึงจุดวิกฤต ฉินเฟิงก็ออกมาด้วย พร้อมกับประกาศการเกิดของตนให้โลกห้วงโบราณนี้รับรู้ด้วยเสียงอันดัง
เพียงแต่ตอนนี้เขายังส่งเสียงพูดไม่ได้ ตกถึงหูคนอื่นก็กลายเป็นเสียงร้องไห้อันก้องกังวาน
"แง ๆ ๆ..."
"ออกแล้ว ออกแล้ว ฉินเฟิงลูกข้าออกมาแล้ว!"
ฉินเทียนที่อยู่หน้าประตูดีใจจนพูดจาติดอ่าง ก้อนหินใหญ่ในใจก็ร่วงหล่นตามไปด้วย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพรหมลิขิตหรือเหตุผลอื่นใด หลังจากที่คนตระกูลฉินปรึกษากันแล้วก็ตั้งชื่อให้ว่าฉินเฟิง
"ติ๊งต่อง ระบบตรวจพบตัวร้ายแห่งสวรรค์ถือกำเนิด จัดการปรากฏการณ์พิเศษประจำตัวให้!"
ครืน ครืน!!
บนท้องฟ้าก็เกิดฟ้าแลบฟ้าร้องขึ้น เจิดจ้าสดใสเมื่อครู่กลับกลายเป็นเมฆดำทะมึน สีของท้องฟ้าก็มืดสลัวลงทันใด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีจันทร์สีเลือดประหลาดโผล่ขึ้นมาด้วย
มีปรากฏการณ์ประหลาด สัตว์ประหลาดก็ออกมา!
"ปรากฏการณ์ฟ้าดิน ฉินเฟิงลูกข้ามีวาสนาจักรพรรดิจริง ๆ!"
ฉินเทียนดีใจจนแหงนหน้าหัวเราะลั่นฟ้า ราวกับอยากประกาศข่าวดีให้โลกรับรู้
เหล่าศิษย์ตระกูลฉินที่อยู่รอบ ๆ ก็กรูกันเข้าไปแสดงความยินดีกับท่านเจ้าบ้านที่มีบุตรชายยอดเยี่ยม
มีเพียงบรรพชนตระกูลฉินหลายคนที่น่าจะยินดี กลับมองดวงจันทร์สีเลือดบนฟ้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
จันทร์เลือดออก สัตว์ประหลาดก็ปรากฏ!
จันทร์เลือดปรากฏ หมายถึงบ้านเมืองจะเสื่อมถอย หมดสิ้นวาสนา ดั่งตกนรก
หากจันทร์เปลี่ยนสี จะเกิดภัยพิบัติ สีฟ้าหมายถึงความหิวโหยและกังวล สีแดงหมายถึงการแย่งชิงและศึกสงคราม สีเหลืองหมายถึงสมหวังและยินดี สีขาวหมายถึงภัยแล้งและการสูญเสีย สีดำหมายถึงน้ำท่วม ผู้คนเจ็บป่วยและตาย
เป็นลางบอกว่า ไอแห่งความถูกต้องในโลกมนุษย์อ่อนแอ ไอแห่งความชั่วร้ายรุ่งเรือง ไอแห่งความเคียดแค้นพวยพุ่ง ไอแห่งความโหดเหี้ยมรุนแรง ท้องฟ้าและวายุเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ภูผาและสายน้ำคร่ำครวญ ใต้หล้าสั่นคลอน ไฟสงครามลุกโชนทั่วทิศ
"เด็กคนนี้เกรงว่าอาจนำภัยพิบัติมาสู่ห้วงโบราณก็เป็นได้!"
บรรพชนตระกูลฉินหลายคนสบตากันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จะให้พวกเขาทิ้งเด็กอัจฉริยะรุ่นน้องของตระกูลไป เห็นทีจะเป็นไปไม่ได้
เมื่อมหาภัยที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เช่นนั้นตระกูลฉินของเราก็ขอเลือกสู้ศึกแทนแล้วกัน
กองกำลังอื่น ๆ ในห้วงโบราณก็มองจันทร์สีเลือดบนฟ้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเช่นกัน ต่างรีบส่งลูกน้องไปสืบหาว่าเด็กประหลาดที่เกิดมาคือตระกูลไหน พร้อมกันนั้นก็ต้องเตรียมวางแผนรับมือกับมหาภัยที่กำลังจะมาถึง ทำให้ห้วงโบราณที่ดูเงียบสงบเริ่มเต็มไปด้วยกระแสใต้น้ำอันเชี่ยวกราก
ขณะนี้—
ฉินเฟิงถูกทำความสะอาดเรียบร้อย และอุ้มมาส่งตรงหน้าฉินเทียน
"นี่ก็คือพ่อเฒ่าแสนถูกของข้าเอง นี่มันโคตรน่าเกลียด!"
ฉินเฟิงเห็นพ่อเฒ่าแล้ว ความฝันจะเป็นชายรูปงามก็พังทลายลงทันที ด้วยรูปร่างล่ำสันบึกบึนแบบนี้ สงสัยว่าแม่แท้ ๆ จะแก้แค้นพ่อถึงยอมให้กำเนิดลูกชายให้เขาไหมนะ
แต่เมื่อเห็นแม่แท้ ๆ ที่มีสีหน้าซีดเซียวอยู่บนเตียง ความรู้สึกผิดหวังก็พอจะได้รับการปลอบโยนขึ้นบ้าง
คิ้วราวขนนกกระจอกเทศ ผิวขาวราวหิมะ เอวบางราวมัดแพรพรรณ ฟันงามดั่งหอยสังข์ เป็นสาวงามโบราณที่สวยที่สุดที่เขาเคยเห็นเลยทีเดียว คาดว่าหน้าตาของเขาในอนาคตคงไม่แย่เกินไป ใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาหน้าตาคงไม่มีปัญหาใหญ่หลวงนัก
"ดี ดี ดี ฉินเฟิงลูกข้ามีวาสนาจักรพรรดิจริง ๆ!"
ฉินเทียนตรวจดูกระดูกและเส้นเอ็นของลูกชายเสร็จ ก็ยิ้มจนปิดปากไม่ลง
ช่วยไม่ได้!
กระดูกและเส้นเอ็นของลูกชายมันน่าตกตะลึงเกินไป แข็งแกร่งกว่าเด็กเกิดใหม่คนอื่นถึงสิบกว่าเท่า
อีกทั้งเขายังเริ่มบ่มเพาะโดยไม่รู้ตัวตั้งแต่อยู่ในท้อง พอเกิดมาก็มีพรสวรรค์ถึงขั้นฝึกตนแดนโลหิตปราณระดับหกแล้ว ต่อให้เป็นเด็กอัจฉริยะวัยแปดเก้าขวบในตระกูลก็ไม่อาจเทียบชั้นกับลูกชายของเขาได้
ในขณะนั้นเอง—
นางตำแยก็ร้องตกใจขึ้นมาทันใด "โอ๊ย ในท้องฮูหยินยังมีอีกคนหนึ่ง นี่เป็นแฝด!"
"แฝด!!"
ผู้คนตระกูลฉินก็ไม่อาจใจเย็นต่อไปได้ในทันที
พวกเขาคิดมาตลอดว่าอวิ๋นซีเยวี่ยตั้งครรภ์เพียงคนเดียว ไม่คิดว่าจะเป็นแฝด แต่เมื่อคิดกลับกัน คนแรกก็น่าตกตะลัวถึงเพียงนี้ ทั้งเข้าใจวิชาล้ำระดับสวรรค์ ทั้งก่อปรากฏการณ์ฟ้าดิน ทั้งมีวาสนาจักรพรรดิ
ในฐานะที่เป็นน้องชายในครรภ์เดียวกัน วาสนาคงจะน่าตกตะลึงไม่แพ้กันกระมัง!?
ในขณะที่ทุกคนกำลังคาดหวังกับเรื่องนี้อย่างเต็มเปี่ยม หลังจากนางตำแยตรวจดูก็ส่ายหน้า บอกว่าเจ้าตัวน้องยังไม่อยากออกมาชั่วคราว
มันไม่ได้ต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองมีเอกลักษณ์ แต่มันจะบอกให้คนอื่นรู้ว่า สารอาหารที่มันสูญเสียไป มันจะต้องเอาคืนมาด้วยมือของมันเอง ห้องนอนคู่นี้มันต้องจับจองไว้ให้ได้
"ไม่อยากออกมานี่มันหมายความว่าไง!?"
ฉินเทียนผู้พ่อก็ใจไม่สงบขึ้นมาทันที ยื่นมือขวาอันบึกบึนออกไป คว้าคอเสื้อนางตำแยไว้แน่น บอกให้นางไม่ว่าจะยังไงก็ต้องทำให้เจ้าตัวรองออกมาให้ได้
"นี่..."
นางตำแยรู้สึกลำบากใจอย่างยิ่ง เมื่อกี้นางตรวจดูแล้ว
เจ้าตัวรองยังตัวเล็กเกินไป ขาดสารอาหารอย่างเห็นได้ชัด หากบังคับให้คลอดออกมาตอนนี้ ต้องเป็นเด็กคลอดก่อนกำหนดที่มีพร่องแต่กำเนิดแน่ อย่างน้อยต้องพักฟื้นในครรภ์อีกสามปี
สามปี!!
สามปีแล้วก็สามปีอีก!!
ฉินเทียนฟังจบก็แทบจะพังทลายลงตรงนั้น ไม่คิดว่าจะต้องรออีกสามปี
แต่ต่อให้ในใจจะเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจสักร้อยอย่าง ก็ต้องคำนึงถึงส่วนรวมเป็นหลัก ได้แต่ใช้วิชาลับอีกครั้งเพื่อยืดเวลาการเกิดของเจ้าตัวรองออกไปอีกสามปี
"โลกเซียนเรื่องนี้มันไม่สมศักดิ์ศรีเลยนะ ยังจะเกิดครึ่งเดียวเก็บไว้ครึ่งเดียวได้อีกเรอะ!?"
ฉินเฟิงที่อยู่ข้าง ๆ มองจนตาค้าง ในใจก็เริ่มตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
มีสาย!!
รีบจับข้ายัดกลับเข้าไปที ข้าจะได้ซ่อมน้องชายต่อ...