ไม่นานนัก
ลู่เฉินสวมรองเท้าผ้าใบสีขาวให้เฉินเยว่ซวง จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน หันหลังให้เธอแล้วพูดว่า
“ขึ้นมาสิ ฉันจะแบกเธอลงเขา”
เฉินเยว่ซวงส่ายหน้า
“ไม่ต้อง ฉันเดินเองได้”
“ขึ้นมา!” น้ำเสียงของลู่เฉินไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
ผู้หญิงคนนี้นี่ ถึงเวลาแบบนี้แล้วยังดื้ออีก
เฉินเยว่ซวงชะงักไปครู่หนึ่ง มองแผ่นหลังที่ไม่ได้กว้างนักตรงหน้า ก่อนจะค่อย ๆ โน้มตัวลงไปในที่สุด เพียงแต่ร่างบอบบางยังคงเกร็งอยู่เล็กน้อย
สำหรับเทพธิดาผู้เย็นชา ซึ่งไม่เคยมีความรักและไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายมาก่อน
ตอนนี้ก็ถือว่าใกล้ชิดกันมากแล้วไม่ใช่หรือไง!
โดยเฉพาะทรวงอกอวบอิ่มที่แนบชิดกัน ไม่เพียงทำให้เฉินเยว่ซวงหน้าแดง แม้แต่ลู่เฉินก็ยังตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ
แต่ไม่นานเขาก็กลับเป็นปกติ แล้วเอื้อมมือประคองต้นขาของเธอไว้......
“อ๊ะ!”
“ร้องอะไร ทำฉันตกใจหมด”
“มะ...ไม่มีอะไร......”
สัมผัสนั้นราวกับกระแสไฟฟ้าไหลผ่านทั่วร่างของเฉินเยว่ซวง ทำให้ทั้งหัวใจและร่างกายของเธอชาวาบไปหมด
......
เดินไปได้ครู่หนึ่ง ทั้งสองก็กลับมาถึงกลางเขา
ลู่เฉินวางเฉินเยว่ซวงลงบนก้อนหินสีเขียว แล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า
“ก่อนหน้านี้ฉันรับปากว่าจะวาดภาพให้เธอ วาดตรงนี้เลยก็แล้วกัน นั่งดี ๆ ล่ะ”
เขายังจำได้ด้วย!
ความรู้สึกตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่ในใจของเฉินเยว่ซวงถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง
ลู่เฉินหยิบกระดาษกับปากกาออกมาจากอกเสื้อ พลิกไปยังหน้าว่าง แล้วนั่งยอง ๆ ห่างออกไปไม่กี่ก้าว พลางหามุมเหมาะ ๆ ก่อนพูดว่า
“อย่าขยับ อยู่ท่านี้แหละ”
เฉินเยว่ซวงยืดหลังตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว วางมือประสานกันบนตัก แล้วมองไปยังที่ไกล ๆ
แสงแดดส่องมาจากด้านข้าง แต่งแต้มขอบร่างเพรียวบางของเธอให้เป็นสีทอง
เส้นผมยาวพลิ้วไหวตามสายลม ใบหน้าสวยประณีตไร้ที่ติ
คนในภาพ
ภาพในคน
คำเหล่านี้เหมาะกับเฉินเยว่ซวงในเวลานี้ ผู้เปรียบเสมือนนางฟ้าจริง ๆ
ลู่เฉินก้มหน้า ปลายปากกาลากไปมาบนกระดาษ
เขาวาดอย่างรวดเร็ว เส้นสายลื่นไหลราวกับเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
