สายลมภูเขาพัดหวีดหวิวข้างหู เฉินเยว่ซวงวิ่งขึ้นยอดเขาอย่างลนลาน พลางหันกลับไปมองเป็นระยะ
ยี่สิบเมตร!
สิบห้าเมตร!
แม้เธอจะเปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบไว้ล่วงหน้าเพราะต้องขับรถ แต่ถึงอย่างไรเฉินเยว่ซวงก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังและความเร็วย่อมมีขีดจำกัด
ทั้งที่ฉินไห่ตงยังแค่เล่นแมวจับหนูอยู่แท้ ๆ!
ทางลงเขาถูกปิดตายแล้ว วิ่งขึ้นไปถึงยอดเขาก็หนีไม่พ้นอยู่ดี!
เขาต้องการให้เฉินเยว่ซวงสัมผัสกับความสิ้นหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า และค่อย ๆ เหยียบย่ำเทพธิดาผู้สูงส่งในยามปกติให้อยู่ใต้ฝ่าเท้า!
“อ๊า!”
“ตุบ!”
เฉินเยว่ซวงตื่นตระหนกจนลนลานวิ่งไปอย่างไร้ทิศทาง ไม่ทันเห็นก้อนหินที่นูนขึ้นมาบนพื้น สะดุดล้มเข้าอย่างจัง ร่างทั้งร่างกระแทกพื้นอย่างแรง
“ซี๊ด!”
หัวเข่าถลอกเป็นแผล ถุงน่องดำเสียดสีกับพื้นจนเป็นรู
เฉินเยว่ซวงเจ็บจนสูดปากด้วยความปวด
เธอพยายามดิ้นรนจะลุกขึ้น แต่กลับรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้าขวา ราวกับถูกแทงถึงกระดูก
“ลุกขึ้น! รีบลุกขึ้นสิ!” เฉินเยว่ซวงตะโกนก้องอยู่ในใจ เมื่อเห็นเงาหลายร่างใกล้เข้ามาทุกที
ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เธอจึงลุกขึ้นได้สำเร็จ แต่ทุกย่างก้าวทำให้เจ็บจนตาพร่า ยังเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ฉินไห่ตงกับพวกก็ไล่ตามมาใกล้กว่าเดิมแล้ว
“หนีสิ! ทำไมไม่หนีแล้วล่ะ?” ฉินไห่ตงกลับชะลอฝีเท้าลง สีหน้าเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
เฉินเยว่ซวงกัดฟันแน่น ค่อย ๆ ขยับไปข้างหน้าทีละก้าว
หนึ่งก้าว
สามก้าว
สิบก้าว!
ในที่สุด เธอก็ค่อย ๆ กระเถิบไปถึงขอบยอดเขา
เบื้องล่างเป็นหน้าผาสูงชัน สายลมภูเขาพัดพาความหนาวเหน็บโหมขึ้นมา หากตกลงไปคงมีโอกาสรอดเพียงน้อยนิด
เฉินเยว่ซวงทรุดลงข้างหน้าผา แล้วพูดเยาะเย้ยตัวเอง
