“ฉันก็ไม่รู้สถานการณ์เหมือนกัน แค่รู้สึกเช่นนี้ตามสัญชาตญาณ”
จางชิงเต้ากล่าวขึ้นว่า
“นิสัยอย่างนายน่ะหรือจะยอมทิ้งภูเขาหมิงง่าย ๆ เพราะอย่างนั้นฉันถึงให้ตุ๊กตาไม้นายไป”
“อย่างนี้นี่เอง…”
ไป๋เยวียนพยักหน้า ดูท่าจะเชื่อคำพูดนี้
ที่จริงเขาเองก็รู้สึกว่าภูเขาหมิงดูลึกลับอยู่บ้าง คล้ายจะไม่เข้าพวกกับขุมกำลังชั้นยอดอีกสี่แห่ง…
“เอาละ ฉันไปก่อน”
จางชิงเต้ากล่าวขึ้นว่า
“คราวนี้อาจารย์กับศิษย์อย่างเราแยกกันไปคนละทาง ฉันรับหน้าที่ฆ่าคน ส่วนนายชิงสมบัติ!”
“ฮึ ๆ…”
ทั้งสองสบตากัน ต่างเผยรอยยิ้มบนใบหน้า…
เวลานี้
แม้ผู้คนจากแคว้นต้าเฉียนจะไม่ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของพวกเขา ก็รู้สึกเย็นวาบในใจขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ…
สองคนนี้ ไม่มีทางเป็นคนดีแน่…
ไม่นานนัก
จางชิงเต้าก็พาผู้คนจากแคว้นต้าเฉียนออกจากที่นี่ เห็นได้ชัดว่าเตรียมส่งพวกเขาให้นักพรตเฒ่าเป็นผู้นำ
“ฆ่าคนชิงสมบัติ…”
ไป๋เยวียนลูบคาง พลางพึมพำว่า
“ทำไมฉันรู้สึกว่าฉันกับเหล่าจางต่างหากที่เป็นคนร้าย…”
“แต่ในยุคนี้ คนดีต่างหากที่อยู่ไม่ยืน…”
……
วันถัดมา
ไป๋เยวียนพักผ่อนอยู่ในหอพัก เพื่อฟื้นฟูร่างกายและปรับสภาพให้พร้อมที่สุด
คราวนี้เขาไม่เพียงจะกวาดทรัพยากรของขุมกำลังต่าง ๆ มาให้หมด แต่ยังจะฆ่าคนภูตวิญญาณขั้นสามอักขระกับสี่อักขระให้สิ้นซากด้วย!
