“ผมอยากเข้าห้องเรียนภูตผี!”
สีหน้าของไป๋เยวียนแน่วแน่ เอ่ยตรง ๆ ว่า “รางวัลจากการฆ่าผีและรางวัลสอบคราวนี้ ผมไม่เอาก็ได้”
“เข้าห้องเรียนภูตผี?”
หวางหลีชะงักเล็กน้อย ค่อนข้างประหลาดใจ
เพราะช่วงก่อนหน้านี้มีคนถอนตัวออกไปไม่น้อย สรุปว่าเจ้านี่ถึงกับยอมไม่เอารางวัล เพื่อเข้าห้องเรียนภูตผี?
“แต่นายเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง...”
เขามีสีหน้าลังเล ในใจจริงแล้วเห็นค่าฝีมือไป๋เยวียนไม่น้อย
แต่ปัญหาหลักคือ อีกฝ่ายเป็นแค่คนธรรมดา กับคนภูตวิญญาณอาจพูดได้ว่าเข้ากันไม่ได้เลย
“ผมก็เจรจาได้ครับ ผมก็ฆ่าผีได้!”
ไป๋เยวียนมีสีหน้าสงบ เอ่ยว่า “อีกอย่าง นักเรียนภูตผีเดี๋ยวนี้ ใครสู้ผมได้บ้าง? พวกเราไม่ควรให้ความสำคัญกับกำลังมากกว่าเหรอครับ?”
หวางหลีเป็นคนภูตวิญญาณหนึ่งอักขระ เขาคงสู้ไม่ได้ แต่นักเรียนภูตผีพวกนั้น ไม่ใช่ว่าจะจับห้อยหัวตีได้ตามสบาย?
“พูดแบบนี้ก็ไม่ผิด...”
หวางหลีถอนหายใจ ว่า “แต่หลัก ๆ คือ ศักยภาพของคนธรรมดา มันช่าง...”
“อาจารย์หวางครับ ช่วยยื่นเรื่องให้ผมหน่อยนะครับ ผมแค่อยากทำคุณประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับยุคสมัยที่วุ่นวายนี้!”
ไป๋เยวียนมีสีหน้าจริงจัง ในตาเหมือนมีประกายน้ำตา ว่า
“อย่าทำให้ใจอันบริสุทธิ์ของผมต้องผิดหวังนะครับ”
“...”
หางตาหวางหลีกระตุกถี่ ๆ
คำพูดเป็นคำพูดที่ดี แต่หลุดจากปากเจ้านี่ ทำไมมันฟังดูพิกลอย่างนี้...
“นายไม่มีแผนร้ายอะไรจริง ๆ น่ะ?”
