ในเวลานี้
อวี๋เฟิงทำหน้าอมทุกข์พลางเอ่ยว่า
“พวก ขอฉันลุกขึ้นยืนก่อน แล้วค่อยพูดแบบนี้ได้ไหม?”
ไป๋เยวียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่ต้อง นั่งอยู่อย่างนั้นแหละ”
“……”
มุมปากของอวี๋เฟิงกระตุก
นี่ไม่คิดจะไว้หน้ากันสักนิดเลยใช่ไหม...
“พวก แกบีบให้ฉันต้องทำแบบนี้เองนะ!”
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แววตาพลันแน่วแน่ขึ้น ขณะเดียวกันพลังลี้ลับในร่างก็เริ่มปั่นป่วน
วินาทีถัดมา
เขาขบกรามแน่น ก่อนสะบัดแหวนวงหนึ่งออกไป แล้วเอ่ยว่า
“ในนี้มีคริสตัลผี 5,000 ก้อน!”
“หืม?”
ไป๋เยวียนชะงักเล็กน้อย แต่ก็ยื่นมือไปรับไว้ตามสัญชาตญาณ
อวี๋เฟิงเชิดหน้าขึ้นอย่างทะนง
“ตอนนี้ฉันยืนได้หรือยัง?”
“……”
ไป๋เยวียนมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าพิกล ก่อนกวาดตามองเขาแล้วตอบว่า
“ได้”
เมื่อเห็นเช่นนั้น อวี๋เฟิงก็ฉีกยิ้ม จากนั้นยืดตัวตรงในทันทีแล้วหันไปมองคนอีกสี่คน ราวกับกำลังประกาศว่าตัวเองพิเศษกว่าคนอื่น...
ไป๋เยวียนกระแอมเบา ๆ ก่อนเอ่ยว่า
“ฉันไม่ได้เจาะจงว่าพวกนายหรอก ฉันหมายถึงทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้... ต่างก็จะไปเข้าร่วมการแข่งขันเหมือนกัน ช่างมีวาสนาจริง ๆ...”
“???”
อวี๋เฟิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะนิ่งอึ้งในทันที
เดี๋ยวนะพวก แกไม่เล่นตามบทเลยนี่นา...
คนที่เหลือเองก็มีสีหน้าพิกล ไม่มีใครคิดว่าไป๋เยวียนจะพูดแบบนี้...
ทุกคนต่างนึกว่าเขาจะพูดซ้ำตามที่อวี๋เฟิงเพิ่งพูดไป...
“เอาละ ฉันพูดจบแล้ว”
ไป๋เยวียนยิ้มบาง ๆ แล้วนั่งลง
ที่จริงเขาก็อยากประลองพนันกับใครสักคนเพื่อหาเงินคริสตัลผีมาเพิ่มอยู่เหมือนกัน
