ไป๋เยวียนมองโจวหานแล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ดี งั้นพวกเราจะรอฟังข่าวดีจากนาย!”
หวางชิงกับหานอวี่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ได้เอ่ยปากห้ามเช่นกัน
ไม่นานโจวหานก็เก็บทรัพยากรส่วนของตัวเอง สีหน้าเปี่ยมความตื่นเต้นแล้วจากไป ดูท่าเขาคงเตรียมกลับหอพักไปทะลวงขั้นแล้ว
“ไม่คิดจะห้ามเขาหน่อยหรือ?”
หวางชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความกังวล
เขาไม่อยากเห็นคนในทีมต้องบาดเจ็บล้มตายเลย…
“ฉันห้ามไม่อยู่หรอก”
ไป๋เยวียนยักไหล่ “เสี่ยวหานมีความคิดของตัวเอง คนอื่นพูดไปก็ห้ามเขาไม่ได้”
หวางชิงถอนหายใจ ก่อนเอ่ยต่อ
“ถึงผีกระดูกขาวจะลงมือก็ต่อเมื่อเสี่ยวหานมีพลังระดับสามอักขระขั้นสุดยอด แต่เวลาที่เหลือก็คงไม่มากแล้วใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไร เชื่อใจอาจารย์ใหญ่เถอะ”
ไป๋เยวียนยักไหล่แล้วกล่าวว่า
“ฉันว่าอาจารย์ใหญ่พัฒนาได้เร็วกว่าขั้นสุดยอดของเสี่ยวหานเสียอีก…”
ตามหลักแล้ว เมื่อไปถึงระดับของจางชิงเต้า การจะพัฒนาขึ้นแม้เพียงนิดเดียวยากราวกับปีนสวรรค์ ไม่ใช่แค่ระดับสามอักขระธรรมดา ๆ จะเทียบได้
แต่ไป๋เยวียนกลับมีความเชื่อมั่นในตัวจางชิงเต้าอย่างเป็นธรรมชาติ
อีกอย่าง ยังมีหน้ากาผีคอยรับมือเรื่องเลวร้ายไว้ให้ด้วย…
เสี่ยวหานต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะเลื่อนจากสามอักขระไปถึงขั้นสุดยอด และถึงตอนนั้นหน้ากาผีก็คงฟื้นพลังกลับมาได้อีกมากแน่
“ก็ได้”
หวางชิงพยักหน้า ได้แต่คิดเช่นนี้เหมือนกัน
เวลานี้ไป๋เยวียนเปลี่ยนเรื่อง พลางยิ้มถามว่า
