เจียงเฉิงคิดว่าตอนนี้ชั้นสองคงไม่มีใครแล้ว ใครจะคิดว่ายังมีคนใจกล้าอยู่ได้
“นักเรียน เชิญออกจากพื้นที่โดยเร็ว...”
ขณะที่เจ้าหน้าที่เดินเข้าไปเกลี้ยกล่อมให้ทั้งสองออกมา
ไป๋เยวียนก็หันกลับมากะทันหัน มองเห็นเจียงเฉิงทันที
“น้าเจียง เจอกันอีกแล้ว?”
“ไอ้หนูเอ็งนี่หว่า?!”
เจียงเฉิงจำไป๋เยวียนได้ทันที ก็ไอ้โรคจิตที่เพิ่งมาแจ้งความที่กรมกิจการความสงบไม่กี่วันก่อน
“เสี่ยวจาง ไม่ต้องให้เขาออกไปหรอก พอดีฉันมีเรื่องจะถามอยู่”
เจียงเฉิงหันไปมองโจวหาน กล่าวต่อว่า
“นักเรียน หรือเธอออกไปก่อนเถอะ”
“พี่ไป๋อยู่ไหน ผมอยู่ที่นั่น!”
โจวหานยืนนิ่งไม่ขยับ ตัดสินใจแล้วว่าจะเกาะขาพี่ไป๋เยวียนให้แน่น
“...”
เจียงเฉิงไม่พูดอะไร หันไปบอกลูกทีมว่า “เสี่ยวจาง พวกนายตรวจสอบที่เกิดเหตุที อย่าขยับศพ รีบแจ้งหมอนิติเวชมา”
“แล้วเราคุยกันตรงนี้หน่อย?”
พูดจบก็จ้องไปที่ไป๋เยวียน หวังจะได้ข้อมูลบ้าง
พวกนักเรียนตอนนี้ก็กลัวจนขวัญหนีดีฝ่อแล้ว คงไม่เหมาะจะถามปากคำเท่าไหร่
แต่ไป๋เยวียนตรงหน้าแตกต่างออกไป ตั้งแต่ต้นจนจบเขายังคงนิ่งสงบ จนน่าสงสัยว่าหมอนี่เป็นฆาตกรรึเปล่า...
“ได้”
ไป๋เยวียนพาโจวหานมายังปล่องบันได
“เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”
เจียงเฉิงจ้องเขม็งไปที่ไป๋เยวียน แววตาเต็มไปด้วยความฉงน
เด็กม.ปลายปีสามจิตใจแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง?
นี่คือความมั่นใจของคนเป็นโรคจิตสินะ...
