“ชิงเต้า ต้องฆ่าทั้งหมดเลยหรือ?”
นักพรตเฒ่าขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า
“ถ้าฆ่าฟันกันมากเกินไป จะทำให้คนภูตวิญญาณในหมู่ประชาชนหวาดกลัวหรือไม่? เรื่องนี้อาจไม่เป็นผลดีต่ออนาคตของกรมลี้ลับเรา”
“ศิษย์พี่ ในยุคโกลาหลก็ต้องใช้กฎหมายเข้มงวด ยิ่งในยุคที่ทุกอย่างกลายเป็นปีศาจเช่นตอนนี้!”
จางชิงเต้ากล่าวอย่างสงบนิ่ง
“ทุกวันนี้ผีดุร้ายอาละวาด คนภูตวิญญาณก็มีพลังเหนือธรรมชาติ หากไม่เด็ดขาดเสียบ้าง สักวันประเทศต้าเซี่ยต้องกลับไปวุ่นวายอีกแน่!”
แม้เขาจะจัดการสหพันธ์ระเบียบใหม่ไปแล้ว แต่คนภูตวิญญาณในตอนนี้ต่างมีมลทินทางจิต คนที่มีนิสัยสุดโต่งก็มีอยู่ไม่น้อย พวกเขาจะยอมให้กรมลี้ลับกดหัวได้อย่างไร? หากพวกเขาไม่เหี้ยมพอ ในประเทศก็ต้องมีสหพันธ์ระเบียบใหม่ปรากฏขึ้นอีกในไม่ช้า...
“ผมเห็นด้วยกับที่อาจารย์พูด!”
ไป๋เยวียนยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยขึ้น
“อาจารย์ลุง ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ความเมตตาอะไรนั่นล้วนไร้สาระ มีเพียงพลังที่แข็งแกร่งพอเท่านั้น ถึงจะทำให้ผู้คนไม่กล้าคิดก่อความวุ่นวาย!”
เมื่อเห็นอาจารย์กับศิษย์รับส่งกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย นักพรตเฒ่าก็ได้แต่ถอนหายใจ ไม่พูดอะไรอีก
บางทีเขาคงไม่เหมาะจะนั่งตำแหน่งหัวหน้ากรมนี้จริง ๆ...
หวางโม่ขยับสีหน้าเล็กน้อย ก่อนถามว่า
“พี่เต้า แล้วคนธรรมดาล่ะ?”
“หืม?”
จางชิงเต้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า
“ไม่ต้องไปยุ่งกับคนธรรมดา นิสัยของพวกเขาไม่สุดโต่งนัก ต่อให้คิดแก้แค้น ก็ไม่มีความสามารถพอ...”
