ในตอนนั้นเอง
ชายชราในชุดผ้าป่านคนหนึ่งค่อย ๆ เดินขึ้นไปบนเวทีประมูล
“ผู้อาวุโสหนิง...”
หวางชิงพึมพำ พลางก้มหน้าลงต่ำ กลัวว่าชายชราบนเวทีจะสังเกตเห็น
“หืม? เขาแค่ขั้นสองอักขระเอง ไม่เห็นต้องกลัวจนตัวสั่นขนาดนั้นเลยนี่?”
ไป๋เยวียนเลิกคิ้ว แววตาฉายความฉงน
หรือว่าเขาจะมองระดับพลังที่แท้จริงของอีกฝ่ายไม่ออก?
หวางชิงลดเสียงลงแล้วกล่าวว่า
“เขาเป็นหนึ่งในผู้ประเมินของตระกูลฉัน ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ว่ามีปัญหาอะไร ฉันก็ไปหาเขาตลอด กลัวว่าเขาจะมองอะไรออก...”
“...”
ไป๋เยวียนส่ายหน้า
เมื่อครู่ยังวางท่าต่อหน้าพนักงานหญิงคนนั้นอยู่เลย พอหันกลับมาก็หงอเสียแล้ว...
ดูท่าจะกลัวถูกคนในตระกูลตัวเองจับได้จริง ๆ...
ในตอนนั้นเอง
ชายชราบนเวทีประมูลมีสีหน้าเรียบเฉย เขากล่าวช้า ๆ ว่า
“ทุกท่าน วันนี้ข้าจะเป็นผู้ดำเนินการประมูลเอง!”
“ขอให้ทุกท่านปฏิบัติตามกฎของงานประมูล หากผู้ใดก่อเรื่องขึ้นมา ก็อย่าหาว่าตระกูลหวางไม่ไว้หน้า!”
สีหน้าของเขาสงบนิ่ง ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงคำเตือนอยู่ราง ๆ
หากเป็นเวลาปกติ คนภูตวิญญาณขั้นสองอักขระพูดกับคนขั้นสามอักขระกลุ่มหนึ่งเช่นนี้ คงมีแต่ทำให้คนรู้สึกขบขัน
แต่เวลานี้ทั้งงานกลับเงียบกริบ ทุกคนต่างมีแววหวาดระแวงในดวงตา
แม้ตระกูลหวางจะทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับ แต่ก็ไม่ใช่พวกที่จะยอมให้ใครมารังแกได้ง่าย ๆ...
หลายปีก่อน เคยมีคนภูตวิญญาณชั้นยอดระดับสี่อักขระอาศัยว่าตนมีพลังแข็งแกร่ง ก่อเหตุสังหารผู้คนทั่วงานประมูลตระกูลหวาง ทั้งยังฉกฉวยของประมูลไปเป็นจำนวนมาก
