ค่ำคืนลี้ลับ วันที่สอง
วันแรกคือช่วงเริ่มต้นของค่ำคืนลี้ลับ และยังเป็นช่วงที่อันตรายที่สุดตามการคาดการณ์ของกรมลี้ลับ
หลังผ่านช่วงแรกมาได้ อัตราการเสียชีวิตของมนุษย์ก็ค่อย ๆ ชะลอลง บ้างก็หาที่พักพิงที่เหมาะสมได้ บ้างก็หาวิธีรับมือกับผีดุร้ายพบแล้ว
แม้ผีเสียงคำสาปที่ปรากฏในค่ำคืนลี้ลับครั้งที่สองจะมีพลังโดยเฉลี่ยเหนือกว่าผีกินศพในครั้งก่อนมาก แต่มนุษย์ผ่านการพัฒนามาตลอดหนึ่งปี ความแข็งแกร่งโดยรวมจึงไม่เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว
ชั่วขณะนั้น
การต่อสู้ระหว่างคนภูตวิญญาณกับผีดุร้ายต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับ ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบขาดลอย
นับว่ายังโชคดีที่ค่ำคืนลี้ลับครั้งที่สองนี้เพียงบดบังการรับรู้ของมนุษย์เท่านั้น ไม่ได้มีผลกดทับอย่างอื่นพ่วงมาด้วย ผู้คนจึงยังอาศัยอุปกรณ์ภูตผีที่เปล่งแสงเดินทางในค่ำคืนลี้ลับได้
ตามมุมต่าง ๆ ของดาวเคราะห์ มองเห็นกลุ่มแสงเคลื่อนที่ไปมาอยู่ทั่วไป ภายในแสงสว่างนั้นมีภาพการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างคนภูตวิญญาณกับผีดุร้าย
แต่ก็มีบางกลุ่มแสงหยุดนิ่ง เห็นได้ชัดว่าคนภูตวิญญาณกำลังรอให้ผีดุร้ายมาหาถึงที่
ขณะนี้
ภายในโรงยิมของเมืองเป่ยชวน แสงภูตผีเจิดจ้ากลุ่มนั้นไม่เคยเคลื่อนที่เลยแม้แต่น้อย ส่วนกลิ่นอายของผีดุร้ายด้านในก็แผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง...
“สบายสุด ๆ... สบายสุด ๆ... ฟินจนแทบตายจริง ๆ...”
เสียงประหลาดเสียงหนึ่งดังมาจากในโรงยิม
หากมีคนเดินผ่านได้ยินเข้า คงอดจินตนาการไปต่าง ๆ นานาไม่ได้...
ภายในโรงยิม หวางชิงกำลังโยนเหรียญทองผีเล่นพลางหน้าดำคร่ำเครียด ก่อนเอ่ยว่า
“นี่พี่ไป๋ นายช่วยเลิกส่งเสียงแบบนี้ได้ไหม...”
