“อยู่ทางใต้ของแคว้นต้าเซวียน ระยะทางก็ไม่ได้ไกลนัก…”
ไป๋เยวียนมองไปยังดินแดนที่ผีหัวมนุษย์อยู่ แต่ไม่ได้รีบร้อนลงมือ เขาพึมพำกับตัวเองว่า
“ไว้ค่อยว่ากันตอนกลางคืนดีกว่า เดินทางตอนนั้นมีประสิทธิภาพกว่า”
บางทีอาจเป็นเพราะในร่างมีพลังผีดุร้ายอยู่สามสาย ตอนนี้เขาจึงคุ้นชินกับการเคลื่อนไหวในยามราตรีมากกว่า ซึ่งคล้ายกับนิสัยของผีดุร้ายอยู่ไม่น้อย
“ไปเดินเล่นในนครหนานเฟิงก่อนแล้วกัน…”
นครหนานเฟิงเป็นเมืองที่สำนักศึกษาหนานหลิงตั้งอยู่ เป็นเมืองชั้นหนึ่งทางใต้ เรียกได้ว่าคึกคักรุ่งเรืองอย่างยิ่ง
ในอนาคตไป๋เยวียนอาจต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนี้ จึงควรทำความคุ้นเคยกับที่นี่ให้มากที่สุดเสียก่อน
ชั่วพริบตาต่อมา
ร่างของเขาพลันหายวับไปจากจุดเดิม เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งก็มาอยู่บนถนนแล้ว
แต่ภายใต้การอำพรางของพลังลี้ลับ ไม่มีใครมองเห็นเขาได้เลย
ไป๋เยวียนมองผู้คนที่สัญจรขวักไขว่บนถนน แล้วอดทอดถอนใจไม่ได้
“ให้ความรู้สึกราวกับได้กลับไปสู่ยุคสันติสุขอีกครั้ง”
ทุกคนที่เขาเห็นต่างก็ยิ้มแย้ม แววตาไร้ซึ่งความหวาดหวั่นและกระวนกระวายเช่นก่อนหน้า
บัดนี้ผีดุร้ายในประเทศต้าเซี่ยถูกกำจัดจนหมดสิ้น ไม่เหลือภัยอันตรายแม้แต่น้อย ผู้คนย่อมกลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและทำมาหากินกันได้อีกครั้ง
“ไม่รู้ว่าภาพเช่นนี้จะคงอยู่ได้นานแค่ไหน…”
ไป๋เยวียนส่ายหน้า พลางพึมพำกับตัวเองในใจ
ไม่ใช่ว่าเขามองโลกในแง่ร้าย แต่ความจริงก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว เพราะทุกครั้งที่ค่ำคืนลี้ลับมาเยือน มันจะยิ่งน่าสะพรึงกลัวขึ้นเรื่อย ๆ ต่อให้จางชิงเต้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็อาจตามไม่ทัน…
