วันรุ่งขึ้น
ไป๋เยวียนตื่นแต่เช้าอีกครั้ง ยังคงรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ไม่มีวี่แววของความเหนื่อยล้า
เขาไม่รู้ว่าสมรรถภาพร่างกายของตัวเองแข็งแกร่งแค่ไหน แต่มันไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเทียบได้แน่ ๆ
“ผีฝีเท้าเมื่อวาน ฝีมือก็งั้น ๆ ...”
ไป๋เยวียนพึมพำเสียงเบา
แม้อีกฝ่ายจะฆ่าคนภูตวิญญาณหลิววั่ง แต่ตามที่เขาคาดเดา หลิววั่งน่าจะเสียชีวิตเพราะสภาพจิตใจของตัวเองย่ำแย่เกินไป
อย่างที่เฉินชิงหลีว่า
การต่อสู้ระหว่างคนกับผีเหมือนการประลองทางจิตวิทยา ดูว่าใครจะแสดงความกลัวออกมาก่อน
เห็นได้ชัดว่า หลิววั่งพ่ายแพ้ตั้งแต่เปิดฉาก
ส่วนไป๋เยวียนที่เป็นโรคจิต ก็เล่นงานผีฝีเท้าซะอยู่หมัด
ตามความสามารถของเขาแล้ว หากสู้กับผีฝีเท้าตอนที่มันยังเต็มกำลัง ผลแพ้ชนะก็ยังไม่แน่
แต่ผีฝีเท้าเสียท่าตั้งแต่แรก จึงทำให้เขาคว้าชัยชนะในการต่อสู้ครั้งนี้มาอย่างง่ายดาย
“คืนนี้คงคายยาออกมาแล้วสินะ...”
ไป๋เยวียนมองไปที่หน้าอกตัวเอง แววตามีประกายคาดหวัง
แม้ฝีมือของผีฝีเท้าจะงั้น ๆ แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้อยู่ระดับเดียวกับผีกระจอกอย่างผีหยิน
เพราะอย่างหนึ่งแค่ทำให้ตกใจ แต่อีกอย่างสามารถเอาชีวิตคนได้จริง
ส่วนยาที่ทำจากผีฝีเท้า ประสิทธิภาพก็คงจะพุ่งแรงตามไปด้วย
ไป๋เยวียนคิดพลางเดินเข้าโรงเรียนไปพลาง
ตอนนี้ชั้นหนึ่งของอาคารเรียนเป็นของห้องเรียนภูตผีกับห้องข่าวกรองเท่านั้น
