“ไม่เป็นไรหรอกครับ ท่านลุงลู่ พวกเราเป็นคนตระกูลลู่ การลงแรงช่วยเหลือก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว”
เด็กสาวหน้าตางดงามอ่อนหวาน ใบหน้าแต่งแต้มด้วยความไร้เดียงสาเอ่ยพลางยิ้ม
“ฉันเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าเป็นใคร ถึงได้ทำให้ตระกูลลู่ของเราต้องยกกำลังกันขนาดนี้”
“ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากทำให้เขากลายเป็นหุ่นเชิดมนุษย์ หวังว่าท่านลุงลู่จะอนุญาตนะคะ!”
เด็กสาวยังคงยิ้มอย่างไร้พิษภัย ทว่าถ้อยคำที่หลุดจากปากกลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกเย็นวาบไปถึงหัวใจ
ลู่อวิ๋นเทียนกลับไม่ได้แสดงท่าทีประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าเขารู้จักนิสัยของอีกฝ่ายดีอยู่แล้ว จึงกล่าวว่า
“ถ้าทำได้ก็คงจะดีที่สุด!”
เขาคิดว่าการฆ่าไป๋เยวียนให้ตายไปทั้งอย่างนั้นช่างเป็นการปล่อยให้อีกฝ่ายตายสบายเกินไป หากจับมาทำเป็นหุ่นเชิดมนุษย์ได้ ก็จะทำให้มันตกเป็นทาสของตระกูลลู่ไปตลอดชีวิตไม่ใช่หรือ
เพียงนึกถึงภาพนั้น ความสะใจพลันเอ่อล้นขึ้นมาในใจ...
“เอาละ รีบลงมือกันเถอะ!”
เวลานี้ ลู่เฉวียนขัดจังหวะบทสนทนาของทั้งสองคน แล้วกล่าวว่า
“จัดการเรื่องนี้เสร็จ พวกเรายังต้องกลับไปบำเพ็ญที่บ้านบรรพบุรุษ โดยเฉพาะพวกเธอ ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว กลับเพิ่งเข้าสู่ระดับสามอักขระขั้นต้นเท่านั้น”
อีกสามคนถูกตำหนิ แต่ก็ไม่กล้าโต้แย้ง
ถึงอย่างไรลู่เฉวียนก็เป็นผู้นำของคนรุ่นเยาว์ในตอนนี้ ใครใช้ให้อีกฝ่ายมีพลังระดับสามอักขระขั้นสูงสุดกันเล่า...
“นาน ๆ ทีจะได้ออกมาสูดอากาศข้างนอกสักหน่อยแท้ ๆ...”
