“อาจารย์ใหญ่ เป็นอะไรไปหรือครับ?”
ไป๋เยวียนเห็นจางชิงเต้านิ่งเงียบ สีหน้าครุ่นคิด จึงกะพริบตาปริบ ๆ แล้วถามว่า
“คำพูดของผมกระทบจิตวิญญาณท่านเข้าแล้วหรือ?”
“……”
จางชิงเต้ายกมือนวดขมับ ก่อนเอ่ยว่า
“ไม่คิดหรือว่าคำพูดของนายฟังดูเหลวไหลไปหน่อย?”
“เอ่อ……”
ไป๋เยวียนชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นคล้ายจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงพูดว่า
“เหมือนผมจะพูดผิดไปจริง ๆ”
จางชิงเต้าส่ายหน้า
“รู้ตัวก็ดีแล้ว”
“ตอนนี้ผีกระดูกขาวบาดเจ็บสาหัส ถึงได้อยู่แค่ระดับสี่อักขระ แต่ถ้าเป็นช่วงที่แข็งแกร่งที่สุด อย่างน้อยก็เทียบได้กับระดับห้าอักขระหรือหกอักขระ นั่นก็พอ ๆ กับขุมอำนาจชั้นยอดห้าหกแห่งเลยไม่ใช่หรือ……”
ไป๋เยวียนลูบคางแล้วกล่าวว่า
“ถ้าอย่างนั้น ครั้งนี้ทีมเราก็สร้างผลงานใหญ่หลวงจริง ๆ!”
“……”
จางชิงเต้าเงียบไปอีกครั้ง
ไม่ใช่สิ ไอ้หมอนี่มันป่วยหรือไงกัน……
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงค่อย ๆ เอ่ยว่า “นายคิดว่าขุมอำนาจชั้นยอดเป็นพวกลิงพวกค่างหรือไง? ไปถามหวางชิงกับหานอวี่ดูสิ!”
“เอ่อ……”
หวางชิงกับหานอวี่มองเพดาน ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน……
“เอาละ ขี้เกียจเถียงกับพวกนายแล้ว”
ตอนนี้จางชิงเต้ากำลังรีบร้อนไปทวงหนี้ จึงไม่อยากยืดเยื้อ เขากล่าวว่า
“ถึงคำพูดของนายจะเหลวไหลไปบ้าง แต่คราวนี้พวกนายก็จัดการปัญหาใหญ่ได้จริง ๆ”
หากผีดุร้ายระดับสี่อักขระสองตนออกอาละวาดในประเทศต้าเซี่ย ย่อมสร้างความเสียหายมหาศาล อีกทั้งตอนนี้แทบไม่มีใครจัดการพวกมันได้ บางทีเขาอาจต้องลงมือเองด้วยซ้ำ……
