“ผี?”
ไป๋เยวียนสีหน้าไหววูบ ก่อนเอ่ยต่อว่า
“ไม่สิ... ดูท่าจะไม่ใช่...”
ทันใดนั้น สิ่งมีชีวิตผอมแห้งตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นทั่วร่างพันแน่นด้วยผ้าพันแผล ในมือถือกระบี่ใหญ่สีทองเล่มหนึ่ง กลิ่นอายอันน่าสะพรึงพลันระเบิดออกมา ถึงขั้นเทียบเคียงกับสัตว์ประหลาดเฒ่าระดับห้าอักขระได้!
“มาดูผลงานชิ้นเอกที่ท่านผู้อาวุโสเจียงหยวนภาคภูมิใจที่สุดกันเถอะ!”
เจียงเกาเซวียนมองหุ่นเชิดที่ปรากฏขึ้น จิตใจพลันสงบลงเล็กน้อย มุมปากเผยรอยยิ้มบาง ๆ
ที่ผู้อาวุโสตระกูลเจียงทั้งสองมองพวกเขาเป็นไพ่ตาย แท้จริงแล้วไม่ใช่เพราะเชื่อมั่นในตัวพวกเขา แต่เชื่อมั่นในหุ่นเชิดตนนี้
ด้วยพลังของมัน การจัดการราชันผีที่บาดเจ็บสาหัสย่อมไม่ใช่เรื่องยากแม้แต่น้อย
ในขณะนั้นเอง
หวางชิงที่อยู่ไกลออกไปจ้องมองสิ่งมีชีวิตตนนั้น ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ชั่วพริบตา สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไป ดวงตาเต็มไปด้วยโทสะ ก่อนตวาดว่า
“แกกล้าเอาคนตระกูลหวางของฉันไปทำหุ่นเชิดงั้นหรือ?!”
เขาจ้องกระบี่ใหญ่สีทองเล่มนั้น พลันนึกถึงผู้อาวุโสตระกูลหวางคนหนึ่งที่สิ้นชีพไปเมื่อหลายปีก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนอีกฝ่ายปรากฏตัว สายเลือดในกายของเขาก็สั่นไหว ทำให้ยิ่งมั่นใจได้
หุ่นเชิดตรงหน้า ต้องสร้างขึ้นจากร่างของผู้อาวุโสตระกูลหวางอย่างแน่นอน!
“หึ ๆ เสี่ยวหวางชิง เธอจำผิดแล้ว...”
เจียงเกาเซวียนหัวเราะแห้ง ๆ จากนั้นก็ไม่พูดอะไรต่อ
ที่เมื่อครู่เขาไม่เรียกไพ่ตายออกมา ก็เพราะกังวลว่าหวางชิงจะจำได้ แล้วก่อปัญหาที่ไม่จำเป็นขึ้นมา
อย่างไรเสีย ด้วยกำลังของตระกูลหวาง ตระกูลเจียงก็ยังต้องหวาดระแวงอยู่ไม่น้อย
