ไป๋เยวียนสบถในใจคำหนึ่ง ก่อนจะป้ายเลือดสุนัขดำที่เปื้อนมือลงบนหน้าอก หวังจะไล่อีกฝ่ายออกไป แต่กลับไม่ได้ผลแม้แต่น้อย
“ไม่กลัวเลยสักนิดเหรอ?”
หัวคิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย พลางเริ่มครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก ผีตนที่บาดเจ็บสาหัสนั้นก็ถูกกลืนกินจนหมดสิ้น หายเข้าไปในร่างของไป๋เยวียนอย่างสมบูรณ์
ส่วนหน้ากากผีสีเลือดนั้นก็หายไปเช่นกัน ราวกับไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนเลย
ตอนนี้ไป๋เยวียนไม่สนแล้วว่าจะดูโรคจิตหรือไม่ เขาเปิดเสื้อของตัวเองขึ้นตรง ๆ แล้วลูบคลำไปทั่วตัว แต่ก็หาร่องรอยอะไรไม่เจอเลย
หลิวปั้นเซียนมองพฤติกรรมวิตถารของไป๋เยวียน อดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปหลายก้าวในทันที
เปิดเสื้อของตัวเอง เอามือที่เปื้อนเลือดสุนัขลูบคลำไปมา
นี่ไม่ใช่โรคจิตแล้วจะเรียกว่าอะไร?!
หมอนี่คงไม่ได้โดนผีเข้าสิงหรอกนะ……
“เอ่อ…… พี่ไป๋……”
ตอนนี้หลิวปั้นเซียนอยากหยั่งเชิงดูว่าตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“หืม?”
ไป๋เยวียนหันขวับกลับมาในทันที แล้วพูดต่อว่า
“ลุงหลิว รีบช่วยผมหาของบนตัวผมหน่อย!”
พูดจบ เขาก็ถอดเสื้อตัวบนออก เปลือยท่อนบนที่เปื้อนเลือด เดินเข้าไปหาหลิวปั้นเซียน
“……”
หลิวปั้นเซียนใจสั่นวูบ กลัวยิ่งกว่าตอนเห็นผีเมื่อครู่เสียอีก……
“หา…… หาอะไร……”
“หาหน้ากากผีเมื่อกี้!!”
“……”
ขาของหลิวปั้นเซียนสั่นระริก อยากจะชิ่งหนีไปแล้ว……
“รีบหาหน่อย ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ!”
“เอ่อ เชิญทางนี้ทำธุระกันตามสบาย พวกเราจะไม่รบกวนแล้ว”
ตอนนี้ผู้หญิงวัยกลางคนอุ้มเด็กออกจากห้องไป ใจสั่นขวัญแขวนไม่ต่างกัน
