“ถึงจะกระทบสมองก็ต้องกินสิ ไม่งั้นฉันจะเอายาที่ไหน…”
ไป๋เยวียนขมวดคิ้วน้อย ๆ
นี่ต่างหากคือจุดประสงค์หลักของเขา!
ถ้าไม่ได้ยา เช่นนั้นเขาก็เหนื่อยเปล่าน่ะสิ…
เขาจำใจยกหัวขึ้นมาทั้งหัว จากนั้นก็แนบมันไว้ตรงอกแล้วถูไปมา…
มองจากไกล ๆ ดูราวกับเขากำลังกอดผีหัวมนุษย์อยู่…
ตอนนี้ดวงตาของผีหัวมนุษย์เต็มไปด้วยความอาฆาต ถึงขั้นมีแววอัดอั้นอยู่บ้าง
จะฆ่าก็ฆ่าเถอะ ช่วยอย่าทรมานฉันเหมือนพวกโรคจิตได้ไหม…
ผ่านไปครู่ใหญ่
“ให้ตายสิ ไม่กินจริง ๆ เหรอ?”
ไป๋เยวียนยกหัวขึ้นมามองใบหน้าซีดขาวของชายตรงหน้า แววตาครุ่นคิดเล็กน้อย
“ช่างเถอะ เอากลับไปก่อน บางทีมันอาจแค่ยังไม่หิว…”
เขาเปิดกระเป๋าเป้ที่พกติดตัว กำลังจะยัดหัวเข้าไป
แต่พอนึกได้ว่าพลังลี้ลับอาจช่วยให้ผีหัวมนุษย์หนีไปอย่างไร้ร่องรอยได้ทุกเมื่อ เขาจึงล้มเลิกความคิดนั้น
“ถือไว้ในมือปลอดภัยกว่า”
ไป๋เยวียนหิ้วผีหัวมนุษย์ มองห้องนอนที่กระจัดกระจายแวบหนึ่ง แล้วหันหลังเดินออกไป
ภารกิจของเขาเสร็จสิ้นแล้ว…
เมื่อมาถึงโถงกลาง ทุกคนก็รวมตัวกันอยู่ก่อนแล้ว
พอเห็นหัวประหลาดน่าสะพรึงนั้น พวกเขาก็ขวัญผวา ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัว ต่างพากันถอยกรูด
ชายคนที่ออกไปก่อนหน้านี้เดินเข้ามาอย่างระมัดระวังแล้วถามว่า
“พี่ใหญ่ ทำพิธีส่งวิญญาณไม่สำเร็จหรือครับ?”
“เจ้านี่มีความแค้นฝังลึก ตอนนี้เลยส่งวิญญาณไม่ได้”
