“รับมือไหวไหม...”
ไป๋เยวียนยืนดูการต่อสู้อยู่เงียบ ๆ ข้างสนาม
แม้ตอนนี้หานอวี่จะใช้พลังต่อสู้ทั้งหมดแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็เพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นสี่อักขระได้ไม่นาน แม้จะพอสู้กับผีดุร้ายขั้นสี่อักขระช่วงปลายได้อย่างสูสี แต่จะให้สังหารมันเพียงลำพังก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป
พลังลี้ลับของทั้งสองฝ่ายร่อยหรอลงอย่างรวดเร็ว ทว่าก็ยังไม่มีฝ่ายใดเป็นฝ่ายตาย
ไม่ว่าจะเป็นผีดุร้ายระดับสูงหรือคนภูตวิญญาณ การต่อสู้ย่อมยืดเยื้อเพราะมีร่างอมตะอยู่ ไม่ใช่ทุกคนจะวิปริตเหมือนไป๋เยวียนที่มีพลังเหนือมนุษย์เช่นนี้...
และในตอนนั้นเอง จุดพลิกผันก็ปรากฏขึ้นในที่สุด
หวางชิงซึ่งกำลังตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งเริ่มมีแววตากระจ่างชัดขึ้น ขณะเดียวกันพลังลี้ลับที่ควบคุมเขาอยู่ภายในร่างก็สลายไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่เพราะเขากลับมามีสติ แต่เป็นเพราะวิชาผีของผีโลหิตสิ้นสุดลงแล้ว!
ในตอนนั้น
หวางชิงมีสีหน้างุนงง ก่อนจะได้สติอย่างรวดเร็วแล้วพึมพำกับตัวเองว่า
“ฉันถูกควบคุมงั้นหรือ?”
“รีบไปช่วยหานอวี่!”
โจวหานเองก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
โชคดีที่ตอนหวางชิงคลุ้มคลั่ง พลังต่อสู้ลดลงไปไม่น้อย ไม่อย่างนั้นเขาคงถ่วงเวลาไว้ไม่ได้แน่
แต่ถึงอย่างนั้นโจวหานก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย พลังลี้ลับในร่างแทบจะหมดไปกว่าครึ่งแล้ว...
พอได้ยินเช่นนั้น หวางชิงก็ไม่ลังเล รีบถือเหรียญทองผีเข้าประสานมือกับหานอวี่ต่อสู้กับศัตรู
