ไป๋เยวียนไม่เอ่ยปาก พลังลี้ลับในร่างพลุ่งพล่านขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขั้นมีเสียงกรีดร้องแหลมของผีดุร้ายนับไม่ถ้วนก้องสะท้อน ฟังแล้วชวนขนหัวลุกยิ่งนัก!
เมื่อเห็นภาพนี้ ชายวัยกลางคนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย พึมพำกับตนเองว่า
“เจ้าหนุ่มนี่ฆ่าผีไปกี่ตัวกันแน่...”
ยามนี้จิตสังหารในใจไป๋เยวียนพุ่งสูง ไอสังหารในร่างถูกกระตุ้นตามไปด้วย ผีดุร้ายที่เขาเคยสังหารจึงปรากฏขึ้นมา...
อย่าว่าแต่ขั้นสามอักขระเลย ต่อให้เป็นคนภูตวิญญาณขั้นสี่อักขระ ก็ใช่ว่าจะมีไอสังหารรุนแรงถึงเพียงนี้...
“ปล่อยคนผู้นี้ไว้ไม่ได้...”
ชายวัยกลางรี่ตาลง พึมพำว่า
“ไม่เช่นนั้น เขาต้องกลายเป็นภัยพิบัติของสมาคมลี้ลับแน่...”
ในเวลานั้นเอง
ไป๋เยวียนคำรามลั่น รวบรวมพลังผีดุร้ายสองสายภายในร่างไว้ที่มือขวาจนหมด
ขณะนี้การควบคุมพลังเคลื่อนที่ของเขาดูราวกับกำลังจะทะลวงไปสู่ระดับใหม่...
แต่ไป๋เยวียนไม่มีเวลาทำความเข้าใจในตอนนี้ เขาเพียงต้องการปลดปล่อยการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา!
แทบจะพร้อมกันนั้น
เงาผีสองร่างที่ปรากฏอยู่บนตัวเขาก็ส่งเสียงกรีดร้องอันน่าสะพรึงกลัวตามมา!
วินาทีถัดมา
ไป๋เยวียนกระทืบเท้าขวาลงกับพื้นอย่างแรง ร่างทั้งร่างหายวับไปจากจุดเดิม
เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็มาอยู่ตรงหน้าชายวัยกลางคนแล้ว!
อีกฝ่ายมีจิตสังหารแล้ว ไป๋เยวียนย่อมไม่ยอมรอความตายอยู่เฉย ๆ กลับเลือกเป็นฝ่ายลงมือก่อน!
“พลังนี้...”
สีหน้าชายวัยกลางคนเปลี่ยนไปเล็กน้อย แววตาฉายความประหลาดใจ
การโจมตีครั้งนี้ของอีกฝ่ายถึงกับเทียบได้กับขั้นสี่อักขระแล้ว...
“แกทำให้ฉันประหลาดใจจริง ๆ น่าเสียดายที่ไร้ประโยชน์...”
ชายวัยกลางคนส่ายหน้า จากนั้นยื่นฝ่ามือออกมา รับหมัดอันน่าสะพรึงกลัวของไป๋เยวียนไว้ได้อย่างง่ายดาย
ไป๋เยวียนแผ่จิตสังหาร ใต้ผิวหนัง พลังลี้ลับในร่างพวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง พยายามผลักชายตรงหน้าให้ถอยไป!
