ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา
สีหน้าของไป๋เยวียนและคนอื่น ๆ พลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย แววตาเย็นเยียบลงในพริบตา
“อาเจียง ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
ใบหน้าหวางชิงเย็นชา น้ำเสียงก็แปรเปลี่ยนเป็นไม่เป็นมิตร
“ไม่ได้หมายความว่าอะไรหรอก แค่เห็นว่าช่วงสองวันนี้พวกนายได้ของกันไม่น้อย เลยอิจฉาขึ้นมานิดหน่อย”
ประมุขตระกูลเจียงขยับสีหน้า ก่อนยอมรับออกมาตรง ๆ
“หน้าด้านใช้ได้เลยนะ”
ไป๋เยวียนยิ้มบาง ๆ เอ่ยเสียงเรียบ
“ทรัพยากรลี้ลับมีจำกัด ผู้แข็งแกร่งย่อมได้ครอบครอง แบบนี้ก็ไม่ผิดไม่ใช่หรือ?”
เจียงเกาเซวียนมีสีหน้าสงบนิ่ง กล่าวว่า
“หวางชิงกับหานอวี่ถือเป็นผู้น้อยของฉัน ฉันไม่มีทางเอาส่วนของพวกเขาหรอก แต่ส่วนแบ่งของพวกนายสองคน ส่งมาให้ฉันก็แล้วกัน!”
หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่คิดหาเรื่องไป๋เยวียนกับโจวหาน อย่างไรเสียในใจเขายังคิดจะกลืนกินกรมลี้ลับอยู่
แต่ตอนนี้ เมื่อผู้อาวุโสตระกูลเจียงเอ่ยปากแล้วว่าไม่ต้องเกรงใจกรมลี้ลับ เขาย่อมไม่จำเป็นต้องใส่ใจไป๋เยวียนกับโจวหานอีก
“ถ้าให้ทรัพยากรแก่ท่านแล้ว ท่านจะปล่อยพวกเราไปหรือ?”
ไป๋เยวียนเลิกคิ้ว เอ่ยถาม
“ส่งมาให้ฉันก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
เจียงเกาเซวียนยิ้มบาง ๆ กล่าวว่า
“ถ้าปริมาณทำให้ฉันพอใจ จะไว้ชีวิตพวกนายสักครั้งก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!”
ใบหน้าเขาดูเป็นมิตร ทว่าจิตสังหารกลับค่อย ๆ ก่อตัวในใจ
ในเมื่อคิดจะเป็นศัตรูกันแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเหลือคนเป็นไว้
