“??”
หวางหลีหน้าเหวอ
แม้ฟังดูแปลก ๆ แต่เขาก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะโต้แย้งอย่างไร...
เมื่อเห็นจงหลินยืนมองอยู่ข้าง ๆ เขาจึงกล่าวขึ้นอย่างจริงจังอีกครั้งว่า
“เอาละ การเดิมพันครั้งนี้ไม่นับ ทุกคนไม่ต้องถือเป็นจริงเป็นจัง”
“อาจารย์... แพ้พนันก็ต้องยอมรับสิครับ...”
สีหน้าไป๋เยวียนพลันเปลี่ยนไป ในใจเริ่มไม่ยินยอมขึ้นมาทันที ก่อนเอ่ยว่า
“นี่เป็นสิ่งที่ผมอุตส่าห์หามาอย่างยากลำบาก...”
“นี่เรียกว่าหามาเรอะ?!”
หวางหลีถลึงตามองเขา แล้วส่งสายตาให้เงียบ ๆ
ถ้าเป็นเวลาอื่น เขาคงไม่คิดเข้าไปยุ่งนัก
แต่ตอนนี้จงหลินอยู่ข้าง ๆ ด้วย
หากอีกฝ่ายขับไป๋เยวียนออกจากห้องเรียนพิเศษขึ้นมา ในฐานะอาจารย์ เขาก็คงช่วยอะไรไม่ได้จริง ๆ...
ทว่าเรื่องที่ทำให้หวางหลีประหลาดใจก็คือ จงหลินกลับยิ้มแล้วกล่าวว่า
“แพ้พนันก็ต้องยอมรับจริง ๆ นั่นแหละ...”
“หือ?”
หวางหลีชะงักเล็กน้อย แววตาฉายความประหลาดใจ
“ไป๋เยวียนไม่ได้บังคับให้พวกเขาเดิมพันเสียหน่อย พวกเขาตัดสินใจเอง ก็ต้องเตรียมพร้อมรับผลที่ตามมา”
จงหลินกล่าวเสียงเรียบ “อีกอย่าง การลอบโจมตีก็เป็นวิธีหนึ่งในการสังหารผี ถือว่าสมเหตุสมผลทุกประการ”
มุมปากของทุกคนกระตุก พวกเขาไม่คิดเลยว่าบุคคลใหญ่โตแห่งเมืองผิงอันจะพูดจาเหลวไหลได้ถึงเพียงนี้...
“ดูท่าพวกเธอจะยังไม่เชื่อสินะ?”
จงหลินมองทุกคนแล้วถามว่า
“ฉันอยากถามเพื่อนที่ถูกลอบโจมตี เมื่อครู่ปฏิกิริยาแรกของเธอคืออะไร?”
